ฟอลคอนประกันภัยฝ่าวิกฤติโควิด ปี 2564 เติบโตสูง 15% พร้อมเดินหน้าลุยปีเสือ
Newsroom ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- RATINFO ออฟไลน์
- โพสต์: 23506
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 03 ธ.ค. 2012 9:43 am
ฟอลคอนประกันภัยฝ่าวิกฤติโควิด ปี 2564 เติบโตสูง 15% พร้อมเดินหน้าลุยปีเสือ
ฟอลคอนประกันภัยฝ่าวิกฤติโควิด ปี 2564 เติบโตสูง 15% พร้อมสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง เผยเงินกองทุนสูง 246% พร้อมเดินหน้าลุยปีเสือ ตั้งเป้า 3.1 พันล้านบาท ชูนโยบาย ESG เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร มั่นใจโตต่อเนื่องและยั่งยืน
คุณโสภา กาญจนรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปี 2564 นั้น มาจากปัจจัยหลายส่วนประกอบกัน แม้ว่าสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประกันภัยเป็นวงกว้างก็ตาม แต่สำหรับฟอลคอนประกันภัย เราได้ดำเนินการตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ควบคุมทุกกระบวนการภายในบริษัทฯ เพื่อให้สามารถบริหารความเสี่ยงให้อยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ฟอลคอนฯ ควบคุมปริมาณการรับประกันโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเติบโตจากการรับประกันภัยประเภทอื่นๆ รวมถึงกลยุทธ์การรุกตลาดทุกช่องทาง และการปรับขั้นตอนการทำงานโดยมุ่งเน้น Automation process ในระบบการปฎิบัติการหลักของบริษัทฯ ในทุกส่วนงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
ปี 2564 ฟอลคอนฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 2,953 ล้านบาท เติบโตกว่า 15% เมื่อเทียบกับปึ 2563 สัดส่วนของการรับประกันภัย (Portfolio Mix) ระหว่าง Motor และ Non-Motor อยู่ที่ 51:49 โดยเบี้ยประกันภัยรถยนต์คิดเป็นสัดส่วน 51% รองลงมาเป็นประกันภัยทรัพย์สิน 21% ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ 12% ประกันภัยเบ็ดเตล็ด 11% และประกันภัยอื่นๆ 5% สำหรับสัดส่วนของเบี้ยประกันโควิด-19 คิดเป็นประมาณ 1% ของเบี้ยประกันภัยรับ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการด้านสินไหมของบริษัทฯ รวมถึงการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าทุกรายยังคงเป็นไปตามปกติ ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีอัตราส่วนเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายหรือ CAR 246% เมื่อเทียบกับขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด 120%
คุณโสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปี 2565 ฟอลคอนฯ ตั้งเป้าการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับที่ 3,125 ล้านบาท ในส่วนของกลยุทธ์นั้น ฟอลคอนฯ ยังคงมุ่งเน้นทำการตลาดทั้งกลุ่มลูกค้ารายเดี่ยวและกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมถึงการขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ๆ แต่ยังคงเคร่งครัดในเรื่องการพิจารณารับประกันภัยและการจัดการสินไหมทดแทน ในปีนี้ฟอลคอนฯ มีแผนนำระบบ AI มาใช้ในการประเมินความเสียหายของรถยนต์เพื่อความถูกต้องแม่นยำและช่วยลดระยะเวลาในการขออนุมัติซ่อม ในส่วนของการรับ-ส่งข้อมูลและการสื่อสารระหว่างอู่กับบริษัทฯ ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มโดยการใช้ภาพถ่ายและข้อมูลในรูปแบบดิจิตอล ซึ่งการใช้ AI ในการประเมินความเสียหายนี้จะช่วยให้การอนุมัติซ่อมเป็นไปอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสจากการใช้ราคากลางค่าซ่อมที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ลูกค้าและคู่ค้าได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ฟอลคอนฯ ได้พัฒนาระบบงานการให้บริการลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์โดยลูกค้าสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านทุกช่องทาง (Omni Channel) ด้วยการเชื่อมโยงช่องทางการติดต่อทุกช่องทางเข้าระบบ CRM เพื่อให้สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้รวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน Cloud Platform”
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2565 นี้ คือการนำนโยบาย ESG เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์องค์กรเพื่อเป้าหมายในการเป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่เติบโตยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวในทุกส่วนงานอย่างเป็นรูปธรรม และกับลูกค้า คู่ค้าทุกกลุ่ม โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการจัดการให้มีกรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปีนี้ฟอลคอนฯ มุ่งเน้นการกำกับดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมทั้งมีการจัดระบบงานให้สอดคล้องตามหลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยงที่ดี และเป็นไปตามมาตรฐานสากล บริษัทฯ มีแผนเข้าไปร่วมสนับสนุนงบประมาณกับหน่วยงานหรือองค์กรที่ไม่แสวงกำไร โดยในปีนี้ฟอลคอนมีแผนงานให้ลูกค้าสามารถเลือกรับกรมธรรม์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยค่าใช้จ่ายจากการผลิตชุดกรมธรรม์จะนำมาบริจาคสมทบทุนให้กับองค์การด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เตรียมออกแผนประกันภัยสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับลูกค้าประกันภัยที่อยู่อาศัย โดยการมอบข้อเสนอพิเศษ เช่น ส่วนลดเบี้ยประกัน หรือการขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมไปยังวัสดุที่ติดตั้งเพื่อเก็บกักพลังงานอีกด้วย สำหรับกระบวนการจัดการภายใน ฟอลคอนฯ ได้กำหนดนโยบายการทำงานแบบไฮบริดสำหรับพนักงานเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะสามารถช่วยลดปริมาณการเดินทางของพนักงานและมีผลโดยตรงในการช่วยลดการใช้พลังงานและลดการเกิดภาวะเรือนกระจกอีกด้วย” คุณโสภากล่าว
ตลอด 15 ปีของการดำเนินธุรกิจ ฟอลคอนประกันภัยยังคงมุ่งมั่นเติบโตไปพร้อมการรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ฟอลคอนเริ่มนำนโยบาย ESG มาเป็นกรอบการในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าและคู่ค้า การดำเนินธุรกิจแบบโปร่งใสและมีจรรยาบรรณ การช่วยเหลือและตอบแทนคืนสู่สังคม ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมของเราเป็นสังคมที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน
เกี่ยวกับฟอลคอนประกันภัย
บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มีสินทรัพย์มากกว่า 4,600 ล้านบาท มีเงินทุนมากกว่า 600 ล้านบาท ฟอลคอนฯ เป็นบริษัทจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ Falcon Insurance Company (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม Fairfax Financial Holdings Limited (FFH) ผู้ให้บริการด้านการเงินที่มั่นคงรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศแคนาดา ปัจจุบัน Fairfax มีสินทรัพย์ 2,200,000 ล้านบาท และมีเงินทุนมากกว่า 376,000 ล้านบาท โดยบริษัทในกลุ่ม Fairfax ประกอบกิจการอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา นิวซีแลนด์ และเอเชีย ในเอเชียกลุ่มบริษัท Fairfax ดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยอยู่ในประเทศไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ศรีลังกา อินเดีย และสปป.ลาว กลุ่มบริษัท Fairfax มีความชำนาญในด้านประกันวินาศภัยทุกประเภท ได้แก่ ประกันภัยทรัพย์สิน ประกันภัยเบ็ดเตล็ด การรับประกันภัยต่อ การบริหารการลงทุน และการบริหารการจัดการสินไหมทดแทน

คุณโสภา กาญจนรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปี 2564 นั้น มาจากปัจจัยหลายส่วนประกอบกัน แม้ว่าสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประกันภัยเป็นวงกว้างก็ตาม แต่สำหรับฟอลคอนประกันภัย เราได้ดำเนินการตามนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ควบคุมทุกกระบวนการภายในบริษัทฯ เพื่อให้สามารถบริหารความเสี่ยงให้อยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ฟอลคอนฯ ควบคุมปริมาณการรับประกันโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเติบโตจากการรับประกันภัยประเภทอื่นๆ รวมถึงกลยุทธ์การรุกตลาดทุกช่องทาง และการปรับขั้นตอนการทำงานโดยมุ่งเน้น Automation process ในระบบการปฎิบัติการหลักของบริษัทฯ ในทุกส่วนงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
ปี 2564 ฟอลคอนฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 2,953 ล้านบาท เติบโตกว่า 15% เมื่อเทียบกับปึ 2563 สัดส่วนของการรับประกันภัย (Portfolio Mix) ระหว่าง Motor และ Non-Motor อยู่ที่ 51:49 โดยเบี้ยประกันภัยรถยนต์คิดเป็นสัดส่วน 51% รองลงมาเป็นประกันภัยทรัพย์สิน 21% ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ 12% ประกันภัยเบ็ดเตล็ด 11% และประกันภัยอื่นๆ 5% สำหรับสัดส่วนของเบี้ยประกันโควิด-19 คิดเป็นประมาณ 1% ของเบี้ยประกันภัยรับ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการด้านสินไหมของบริษัทฯ รวมถึงการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าทุกรายยังคงเป็นไปตามปกติ ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีอัตราส่วนเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายหรือ CAR 246% เมื่อเทียบกับขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด 120%
คุณโสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปี 2565 ฟอลคอนฯ ตั้งเป้าการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับที่ 3,125 ล้านบาท ในส่วนของกลยุทธ์นั้น ฟอลคอนฯ ยังคงมุ่งเน้นทำการตลาดทั้งกลุ่มลูกค้ารายเดี่ยวและกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมถึงการขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ๆ แต่ยังคงเคร่งครัดในเรื่องการพิจารณารับประกันภัยและการจัดการสินไหมทดแทน ในปีนี้ฟอลคอนฯ มีแผนนำระบบ AI มาใช้ในการประเมินความเสียหายของรถยนต์เพื่อความถูกต้องแม่นยำและช่วยลดระยะเวลาในการขออนุมัติซ่อม ในส่วนของการรับ-ส่งข้อมูลและการสื่อสารระหว่างอู่กับบริษัทฯ ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มโดยการใช้ภาพถ่ายและข้อมูลในรูปแบบดิจิตอล ซึ่งการใช้ AI ในการประเมินความเสียหายนี้จะช่วยให้การอนุมัติซ่อมเป็นไปอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสจากการใช้ราคากลางค่าซ่อมที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ลูกค้าและคู่ค้าได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ฟอลคอนฯ ได้พัฒนาระบบงานการให้บริการลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์โดยลูกค้าสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านทุกช่องทาง (Omni Channel) ด้วยการเชื่อมโยงช่องทางการติดต่อทุกช่องทางเข้าระบบ CRM เพื่อให้สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้รวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน Cloud Platform”
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2565 นี้ คือการนำนโยบาย ESG เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์องค์กรเพื่อเป้าหมายในการเป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่เติบโตยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวในทุกส่วนงานอย่างเป็นรูปธรรม และกับลูกค้า คู่ค้าทุกกลุ่ม โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการจัดการให้มีกรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปีนี้ฟอลคอนฯ มุ่งเน้นการกำกับดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมทั้งมีการจัดระบบงานให้สอดคล้องตามหลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยงที่ดี และเป็นไปตามมาตรฐานสากล บริษัทฯ มีแผนเข้าไปร่วมสนับสนุนงบประมาณกับหน่วยงานหรือองค์กรที่ไม่แสวงกำไร โดยในปีนี้ฟอลคอนมีแผนงานให้ลูกค้าสามารถเลือกรับกรมธรรม์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยค่าใช้จ่ายจากการผลิตชุดกรมธรรม์จะนำมาบริจาคสมทบทุนให้กับองค์การด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เตรียมออกแผนประกันภัยสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับลูกค้าประกันภัยที่อยู่อาศัย โดยการมอบข้อเสนอพิเศษ เช่น ส่วนลดเบี้ยประกัน หรือการขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมไปยังวัสดุที่ติดตั้งเพื่อเก็บกักพลังงานอีกด้วย สำหรับกระบวนการจัดการภายใน ฟอลคอนฯ ได้กำหนดนโยบายการทำงานแบบไฮบริดสำหรับพนักงานเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะสามารถช่วยลดปริมาณการเดินทางของพนักงานและมีผลโดยตรงในการช่วยลดการใช้พลังงานและลดการเกิดภาวะเรือนกระจกอีกด้วย” คุณโสภากล่าว
ตลอด 15 ปีของการดำเนินธุรกิจ ฟอลคอนประกันภัยยังคงมุ่งมั่นเติบโตไปพร้อมการรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ฟอลคอนเริ่มนำนโยบาย ESG มาเป็นกรอบการในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าและคู่ค้า การดำเนินธุรกิจแบบโปร่งใสและมีจรรยาบรรณ การช่วยเหลือและตอบแทนคืนสู่สังคม ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมของเราเป็นสังคมที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน
เกี่ยวกับฟอลคอนประกันภัย
บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มีสินทรัพย์มากกว่า 4,600 ล้านบาท มีเงินทุนมากกว่า 600 ล้านบาท ฟอลคอนฯ เป็นบริษัทจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ Falcon Insurance Company (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม Fairfax Financial Holdings Limited (FFH) ผู้ให้บริการด้านการเงินที่มั่นคงรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศแคนาดา ปัจจุบัน Fairfax มีสินทรัพย์ 2,200,000 ล้านบาท และมีเงินทุนมากกว่า 376,000 ล้านบาท โดยบริษัทในกลุ่ม Fairfax ประกอบกิจการอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา นิวซีแลนด์ และเอเชีย ในเอเชียกลุ่มบริษัท Fairfax ดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยอยู่ในประเทศไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ศรีลังกา อินเดีย และสปป.ลาว กลุ่มบริษัท Fairfax มีความชำนาญในด้านประกันวินาศภัยทุกประเภท ได้แก่ ประกันภัยทรัพย์สิน ประกันภัยเบ็ดเตล็ด การรับประกันภัยต่อ การบริหารการลงทุน และการบริหารการจัดการสินไหมทดแทน
ฟอลคอนประกันภัยฝ่าวิกฤติโควิด ปี 2564 เติบโตสูง 15% พร้อมเดินหน้าลุยปีเสือ
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- วว. ผนึกกำลัง กยท. ยกระดับความปลอดภัยทางถนน เปิดตัวนวัตกรรม “ราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา” โชว์จุดเด่นลดแรงกระแทก-หนุนเศรษฐกิ (14 views)
- Bitkub Exchange and Bitkub Academy Announce Collaboration with Stable to Bring Instant and Costless USDT Transactions to (13 views)
- เปิดฉากมหกรรมแห่งแรงบันดาลใจครั้งยิ่งใหญ่ “ค่ายค้นพบตัวตน และเสริมแรงบันดาลใจสู่เส้นทางอาชีพในฝัน” (Inspirational & Care (13 views)
- วว. ผนึกกำลัง 4 หน่วยงานจังหวัดพะเยา ขับเคลื่อนงานวิจัยนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจฐานราก แก้ปัญหา PM 2.5 อย่างย (27 views)
- วว. โชว์ศักยภาพนวัตกรรมสีเขียวในงาน “ASIA Sustainable Energy Week 2026” ชูเทคโนโลยี BCG หนุนผู้ประกอบการไทยสู่สังคมคาร์บ (25 views)
- Bitkub Exchange และ Bitkub Academy ประกาศความร่วมมือ Stable ชูจุดเด่นการทำธุรกรรม USDT ที่รวดเร็วและไร้ค่าธรรมเนียม (26 views)
- วว. โชว์ศักยภาพบริการอุตสาหกรรม เสริมแกร่ง ผู้ประกอบการ ในงาน Boilex Asia & Pumps and Valves Asia 2026 (33 views)
- "ซูเลียน" เดินหน้าสร้างนักธุรกิจคุณภาพทั่วไทย เปิดเวทีพัทลุง ปลุกพลังความสำเร็จสมาชิกภาคใต้ (24 views)
