CGTN: ผลการทดลองและข้อมูลจริงยืนยันวัคซีนโควิด-19 ของจีนปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
Newsroom ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- RATINFO ออฟไลน์
- โพสต์: 23506
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 03 ธ.ค. 2012 9:43 am
CGTN: ผลการทดลองและข้อมูลจริงยืนยันวัคซีนโควิด-19 ของจีนปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
การทดลองทางคลินิกและข้อมูลจากการใช้งานจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า วัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตในจีนปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยวัคซีนของจีนได้ช่วยปกป้องชีวิตประชาชนทั้งในจีนและทั่วโลก ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ไม่อาจลบล้างได้ และแม้แต่ผู้ที่ปฏิเสธก็ไม่อาจคัดค้านได้
ตัวเลือกมากมาย
จีนเป็นประเทศเดียวที่มีการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ด้วยเทคนิคที่หลากหลาย ซึ่งวัคซีนแต่ละชนิดทำงานในลักษณะที่แตกต่างกัน
นอกจากวัคซีน mRNA ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างของไฟเซอร์ (Pfizer Inc.) แล้ว ประชาชนยังสามารถเลือกรับวัคซีนเชื้อตายแบบดั้งเดิมที่ผ่านการทดสอบมาเป็นอย่างดี ซึ่งกลายเป็นวัคซีนหลักในจีน
ขณะเดียวกัน บริษัทจีนยังผลิตวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์และวัคซีนจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น
นอกจากกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันแล้ว วัคซีนของจีนยังมาในรูปแบบที่แตกต่างหลากหลาย เช่น แบบฉีด สูดดม และพ่นจมูก ซึ่งสามารถเลือกได้ตามความพึงพอใจ
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์วัคซีนทั้งหมด 13 รายการในจีน
ปลอดภัยไว้ก่อน
"จีนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของวัคซีนเป็นอันดับแรกเสมอ" นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ "วัคซีนที่ผลิตในจีนมีประวัติความปลอดภัยที่ดี และมีอัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์โดยรวมในระดับต่ำ"
ประชาชนหลายพันล้านคนฉีดวัคซีนของจีน ซึ่งเป็นหลักฐานที่ยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ณ วันที่ 12 มกราคม ประชาชนกว่า 1.3 พันล้านคนในจีนได้รับวัคซีนไปแล้วกว่า 3.4 พันล้านโดส โดยมากกว่า 241 ล้านคนในจำนวนนี้มีอายุมากกว่า 60 ปี
ข้อมูลสถิติจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศจีนระบุว่า มีรายงานผู้ป่วยอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงจำนวน 188 รายในจีนแผ่นดินใหญ่ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 หลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งหมด 265 ล้านโดส หรือคิดเป็นอัตราส่วน 0.07 ต่อ 100,000 โดส ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศจีนเรียกอัตรานี้ว่า "หายากมาก"
วัคซีนของจีน 3 รายการได้รับการขึ้นบัญชีวัคซีนสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) นอกจากนี้ วัคซีนโคโรนาแวค (CoronaVac) ของซิโนแวค (Sinovac) ยังเป็นวัคซีนเดียวในบัญชีที่แนะนำให้ใช้กับเด็กอายุ 3-4 ขวบ และในเดือนสิงหาคม 2565 วัคซีนโคโรนาแวคได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในชิลีและเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีนให้ใช้กับทารกอายุ 6 เดือน
ประสิทธิภาพเด่นชัด
ตามกฎหมายของจีน วัคซีนต้องผ่านการทดลองทางคลินิกจึงจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล ซึ่งในระหว่างนั้นประสิทธิภาพของวัคซีนต้องได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ วัคซีนของจีนจำนวนมาก อย่างเช่นวัคซีนจากซิโนฟาร์ม (Sinopharm) และซิโนแวค ต่างได้รับการทดสอบกับคนหลายเชื้อชาติ
ในการทดลองระยะที่ 3 ของวัคซีนโคโรนาแวคในประเทศตุรกี ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมการทดลองมากกว่า 10,000 คน พบว่าวัคซีน 2 โดสมีประสิทธิภาพ 83.5% โดยนักวิจัยกล่าวว่าวัคซีน "มีประสิทธิภาพสูงพร้อมด้วยความปลอดภัยและความทนต่อยา"
องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า การทดลองระยะที่ 3 ของวัคซีนซิโนฟาร์ม ซึ่งเป็นการทดลองขนาดใหญ่ในหลายประเทศ ยังแสดงให้เห็นประสิทธิภาพถึง 79% ซึ่งสูงจนองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้
เมื่อครั้งที่องค์การอนามัยโลกขึ้นบัญชีวัคซีนจีนตัวแรกสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินในเดือนพฤษภาคม 2564 นายเทดรอส อาดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่าได้ตัดสินใจขึ้นบัญชีวัคซีนจีนเพราะ "ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพ"
เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนอื่นที่ผลิตโดยโมเดอร์นา (Moderna) และไฟเซอร์ในช่วงเวลานั้น วัคซีนเชื้อตายของจีนมีข้อได้เปรียบคือ สามารถจัดเก็บและขนส่งโดยใช้ตู้เย็นมาตรฐานที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่พร้อมจัดเก็บและขนส่งวัคซีนจำนวนมากที่อุณหภูมิต่ำ
ช่วยเหลือทั่วโลก
จีนบริจาคและส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศกักตุนวัคซีนไว้สำหรับประชาชนของตนเอง
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล แอร์ฟินิตี (Airfinity) เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรแทบไม่ส่งออกวัคซีนเลย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 ขณะที่นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา ได้เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายกเลิกข้อจำกัดการส่งออกวัคซีนและส่วนประกอบของวัคซีนโควิด-19 ในเดือนพฤษภาคม 2564 หลังจากที่ประชาชนมากกว่าครึ่งในสหรัฐอเมริกาได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดสแล้ว
กว่า 120 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศได้รับวัคซีนที่ผลิตในจีนกว่า 2.2 พันล้านโดส ประชาชนในกว่า 100 ประเทศได้รับวัคซีนของจีน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้นำของกว่า 30 ประเทศ
วัคซีนของจีนเป็นความสำเร็จอันล้ำค่าในการต่อสู้กับโควิด-19 และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในหลายประเทศ ดังนั้น คุณูปการนี้ไม่ควรถูกทำให้เสื่อมเสียหรือถูกบิดเบือน
ลิงก์: https://news.cgtn.com/news/2023-01-17/C ... index.html
ตัวเลือกมากมาย
จีนเป็นประเทศเดียวที่มีการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ด้วยเทคนิคที่หลากหลาย ซึ่งวัคซีนแต่ละชนิดทำงานในลักษณะที่แตกต่างกัน
นอกจากวัคซีน mRNA ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างของไฟเซอร์ (Pfizer Inc.) แล้ว ประชาชนยังสามารถเลือกรับวัคซีนเชื้อตายแบบดั้งเดิมที่ผ่านการทดสอบมาเป็นอย่างดี ซึ่งกลายเป็นวัคซีนหลักในจีน
ขณะเดียวกัน บริษัทจีนยังผลิตวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์และวัคซีนจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น
นอกจากกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันแล้ว วัคซีนของจีนยังมาในรูปแบบที่แตกต่างหลากหลาย เช่น แบบฉีด สูดดม และพ่นจมูก ซึ่งสามารถเลือกได้ตามความพึงพอใจ
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์วัคซีนทั้งหมด 13 รายการในจีน
ปลอดภัยไว้ก่อน
"จีนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของวัคซีนเป็นอันดับแรกเสมอ" นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ "วัคซีนที่ผลิตในจีนมีประวัติความปลอดภัยที่ดี และมีอัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์โดยรวมในระดับต่ำ"
ประชาชนหลายพันล้านคนฉีดวัคซีนของจีน ซึ่งเป็นหลักฐานที่ยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ณ วันที่ 12 มกราคม ประชาชนกว่า 1.3 พันล้านคนในจีนได้รับวัคซีนไปแล้วกว่า 3.4 พันล้านโดส โดยมากกว่า 241 ล้านคนในจำนวนนี้มีอายุมากกว่า 60 ปี
ข้อมูลสถิติจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศจีนระบุว่า มีรายงานผู้ป่วยอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงจำนวน 188 รายในจีนแผ่นดินใหญ่ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 หลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งหมด 265 ล้านโดส หรือคิดเป็นอัตราส่วน 0.07 ต่อ 100,000 โดส ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศจีนเรียกอัตรานี้ว่า "หายากมาก"
วัคซีนของจีน 3 รายการได้รับการขึ้นบัญชีวัคซีนสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) นอกจากนี้ วัคซีนโคโรนาแวค (CoronaVac) ของซิโนแวค (Sinovac) ยังเป็นวัคซีนเดียวในบัญชีที่แนะนำให้ใช้กับเด็กอายุ 3-4 ขวบ และในเดือนสิงหาคม 2565 วัคซีนโคโรนาแวคได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในชิลีและเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีนให้ใช้กับทารกอายุ 6 เดือน
ประสิทธิภาพเด่นชัด
ตามกฎหมายของจีน วัคซีนต้องผ่านการทดลองทางคลินิกจึงจะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล ซึ่งในระหว่างนั้นประสิทธิภาพของวัคซีนต้องได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ วัคซีนของจีนจำนวนมาก อย่างเช่นวัคซีนจากซิโนฟาร์ม (Sinopharm) และซิโนแวค ต่างได้รับการทดสอบกับคนหลายเชื้อชาติ
ในการทดลองระยะที่ 3 ของวัคซีนโคโรนาแวคในประเทศตุรกี ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมการทดลองมากกว่า 10,000 คน พบว่าวัคซีน 2 โดสมีประสิทธิภาพ 83.5% โดยนักวิจัยกล่าวว่าวัคซีน "มีประสิทธิภาพสูงพร้อมด้วยความปลอดภัยและความทนต่อยา"
องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า การทดลองระยะที่ 3 ของวัคซีนซิโนฟาร์ม ซึ่งเป็นการทดลองขนาดใหญ่ในหลายประเทศ ยังแสดงให้เห็นประสิทธิภาพถึง 79% ซึ่งสูงจนองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้
เมื่อครั้งที่องค์การอนามัยโลกขึ้นบัญชีวัคซีนจีนตัวแรกสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินในเดือนพฤษภาคม 2564 นายเทดรอส อาดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่าได้ตัดสินใจขึ้นบัญชีวัคซีนจีนเพราะ "ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพ"
เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนอื่นที่ผลิตโดยโมเดอร์นา (Moderna) และไฟเซอร์ในช่วงเวลานั้น วัคซีนเชื้อตายของจีนมีข้อได้เปรียบคือ สามารถจัดเก็บและขนส่งโดยใช้ตู้เย็นมาตรฐานที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่พร้อมจัดเก็บและขนส่งวัคซีนจำนวนมากที่อุณหภูมิต่ำ
ช่วยเหลือทั่วโลก
จีนบริจาคและส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศกักตุนวัคซีนไว้สำหรับประชาชนของตนเอง
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล แอร์ฟินิตี (Airfinity) เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรแทบไม่ส่งออกวัคซีนเลย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2564 ขณะที่นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา ได้เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายกเลิกข้อจำกัดการส่งออกวัคซีนและส่วนประกอบของวัคซีนโควิด-19 ในเดือนพฤษภาคม 2564 หลังจากที่ประชาชนมากกว่าครึ่งในสหรัฐอเมริกาได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดสแล้ว
กว่า 120 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศได้รับวัคซีนที่ผลิตในจีนกว่า 2.2 พันล้านโดส ประชาชนในกว่า 100 ประเทศได้รับวัคซีนของจีน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้นำของกว่า 30 ประเทศ
วัคซีนของจีนเป็นความสำเร็จอันล้ำค่าในการต่อสู้กับโควิด-19 และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในหลายประเทศ ดังนั้น คุณูปการนี้ไม่ควรถูกทำให้เสื่อมเสียหรือถูกบิดเบือน
ลิงก์: https://news.cgtn.com/news/2023-01-17/C ... index.html
CGTN: ผลการทดลองและข้อมูลจริงยืนยันวัคซีนโควิด-19 ของจีนปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (5 views)
- หลักสูตร “การประกอบอาหารไทย 162 ชั่วโมง” ที่ วิทยาลัยดุสิตธานี (13 views)
- NT เปิดบ้านเสริมศักยภาพผู้นำรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ (6 views)
- ทำไมจึงไม่ควรนำลิงก์รูปภาพจากโพสต์ Facebook มาใช้แทรกในประกาศหรือข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์อื่น (13 views)
- วว. ผนึกกำลัง MTEC สวทช. แถลงความสำเร็จ “การพัฒนาสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า” ปร (10 views)
- 4 ปี PDPC จากกฎหมายบนกระดาษ สู่ผู้พิทักษ์ข้อมูลของคนไทย (10 views)
- ซูเลียน เปิดเวที "THE SUCCESS VISION" พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก (14 views)
- TRT ปรับโครงสร้างทุนบริษัทย่อย เสริมฐานการเงินรับการเติบโต (19 views)
