ครบรอบ 4 ปี สคส. ยกระดับ PDPA ไทยสู่ "โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล"
วางเป้า "ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์" รับยุค AI สร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้
วางเป้า "ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์" รับยุค AI สร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้

การก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของ สคส. เกิดขึ้นท่ามกลางภูมิทัศน์ความเสี่ยงทางดิจิทัลที่ซับซ้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด เทคโนโลยีปลอมแปลงเสมือนจริง (Deepfake) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และเศรษฐกิจแบบหลอกลวง ที่ขยายตัวเป็นเครือข่ายอาชญากรรมและสร้างความเสียหายในวงกว้าง โดยข้อมูลระดับสากลเผยว่ารูปแบบการฉ้อโกงที่อาศัย AI และ Deepfake เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 180 ในรอบปี และความเสียหายจากการฉ้อโกงอัตลักษณ์บุคคลทั่วโลกในปี 2568 มีมูลค่าเกินกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในประเทศไทยเอง มูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ในช่วง 4 เดือนของปี 2569 อยู่ที่ 7.48 พันล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการรั่วไหลของข้อมูลคือ "ต้นทาง" ที่หล่อเลี้ยงขบวนการหลอกลวง และทำให้บทบาทของกฎหมาย PDPA และ สคส. มีความสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัลของประเทศมากยิ่งขึ้น

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นรากฐานของความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะเมื่อประชาชนมั่นใจว่าข้อมูลของเขาปลอดภัย เขาก็พร้อมจะใช้บริการดิจิทัล และเมื่อภาคธุรกิจมีมาตรฐานที่โลกให้การยอมรับ การลงทุนและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็จะเข้ามา สิ่งที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC กำลังทำ คือดูแลสิทธิของคนไทยให้ได้ ร่วมกับเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปพร้อม ๆ กัน

"ความเชื่อมั่นคือหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัล ถ้าคนไทยยังไม่มั่นใจว่าข้อมูลของตัวเองจะถูกใช้อย่างไร ทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไม่ได้ บทบาทของ สคส. ในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ผู้บังคับใช้กฎหมายที่คอยตั้งรับอย่างเดียว แต่เราตั้งใจเป็นผู้ช่วยที่ทำงานเชิงรุก เพื่อให้ทุกภาคส่วนใช้ข้อมูลได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย เป้าหมาย 'ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์' อาจฟังดูท้าทาย แต่นี่คือมาตรฐานที่ สคส. ตั้งใจจะไปให้ถึง เพื่อให้คนไทยใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ได้อย่างวางใจ"

สำหรับหมุดหมายในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 สคส. มุ่งเดินหน้า "คุมเข้ม" และ "ยกระดับ" มาตรการในหลายมิติ ทั้งการยกระดับมาตรฐานการรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหล ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล การวางกรอบการกำกับดูแลการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ (AI Governance) โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการคุ้มครองข้อมูลของกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะเยาวชน รวมถึงการขยายการเข้าถึงบริการของ สคส. สู่ระดับภูมิภาค และการส่งเสริมให้ทุกองค์กรมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ประชาชนสามารถใช้บริการออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

- นิทรรศการ "4 ปี ความก้าวหน้าและความสำเร็จในภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" เพื่อสะท้อนพัฒนาการขององค์กรตลอด 4 ปี
- เสวนา "4th Anniversary PDPC Thailand: ความก้าวหน้าและพัฒนาการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ" ชมวีดีทัศน์ประวัติความเป็นมาและการจัดตั้ง สคส. โดยมีกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรรมการกำกับสำนักงานฯ และเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมเวที
- ความรู้เรื่องการขอเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ กิจกรรมเสวนาบนเวทีจะถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Live เพจ "สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - สคส" เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนได้ร่วมรับชมและสะท้อนมุมมอง การก้าวสู่ปีที่ 4 ของ สคส. พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์ที่จะยกระดับ PDPA ไทย ให้เป็นรากฐานของสังคมดิจิทัลที่ทั้งปลอดภัยและเชื่อมั่นได้ บนสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน
