
การเปิดหลักสูตรดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ วิทยาลัยดุสิตธานี โดยมีคุณปริวรรต วงษ์สำราญ รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) คุณวิไลพรรณ สังฆะพันธ์ Senior Director, Operations – Ambient Operation Thailand บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เชฟจิรโรจน์ นาวานุเคราะห์ Executive Chef Unilever Food Solutions Thailand และ รองศาสตราจารย์ ดร.นนทลี พรธาดาวิทย์ คณบดีคณะศิลปะการประกอบอาหาร วิทยาลัยดุสิตธานี ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรพิเศษในการสนทนาหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การสร้าง "ผู้ประกอบการ/สถาปนิกอาหาร” รุ่นใหม่ รับความท้าทายและโอกาสการเติบโตในตลาด Future Food ของโลก”

การเปิดตัวหลักสูตรเกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณความต้องการกำลังคนด้าน Food Tech ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก TDRI และ NXPO คาดการณ์ว่า ระหว่างปี 2568–2572 อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคตของไทยจะต้องการแรงงานมากกว่า 47,000 คน ขณะที่ตลาดแรงงานกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนบุคลากรอย่างชัดเจน จากการที่มีตำแหน่งงานด้าน Food Science และ Food Technology เปิดรับกว่า 5,000 ตำแหน่งต่อปี แต่จำนวนบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า “คน” กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในอนาคต และเป็นเหตุผลสำคัญที่วิทยาลัยดุสิตธานีตัดสินใจก้าวเข้ามามีบทบาทในการพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ เพื่อเติมเต็มช่องว่างของตลาดแรงงานและสนับสนุนการเติบโตของภาคเศรษฐกิจอาหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ
จุดเด่นของหลักสูตร Hybrid ใหม่นี้ คือการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร เทคโนโลยี และศิลปะการประกอบอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้งกระบวนการผลิต นวัตกรรมอาหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน อาหารจากพืช หรืออาหารแห่งอนาคตพร้อมมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมแก้ปัญหา “ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)” ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก โดยหลักสูตรนี้จะเข้ามาช่วยแก้ข้อจำกัดและยกระดับวัตถุดิบไทยไปสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน
หลักสูตรนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ Pain Point ของภาคอุตสาหกรรม ด้วยการทลายเส้นแบ่งและผสานจุดแข็งของสองศาสตร์ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งศิลปะการรังสรรค์อาหารอันประณีตของ “เชฟ” และองค์ความรู้เชิงลึกของ “นักวิทยาศาสตร์อาหาร” เพื่อบ่มเพาะบุคลากรสายพันธุ์ใหม่ที่มีทักษะผสมผสาน ทั้งศาสตร์การคำนวณและศิลปะการรังสรรค์เมนู ซึ่งเป็นตัวตนแบบ Hybrid ที่ภาคเอกชนกำลังต้องการตัวสูงสุด เพื่อให้การคิดค้นนวัตกรรมอาหารราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ วิทยาลัยดุสิตธานียังทลายกฎเกณฑ์เดิมๆ ในสายการศึกษา แก้ปัญหานักศึกษาลดลงด้วยการปลดล็อกข้อจำกัดและเปิดรับผู้เรียนจากทุกสายการเรียนที่มีความสนใจ ไม่จำเป็นต้องจบสายวิทย์-คณิต โดยปรับโครงสร้างวิชาให้เรียนสนุก เน้นการประยุกต์ใช้จริง ไม่วิชาการจนเกินไป เปลี่ยนภาพจำของวิทยาศาสตร์อาหารให้กลายเป็นการทดลองที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านการจัดสมดุลสัดส่วนการเรียนอย่างพอดี คือ ด้านอาหาร 40% วิทยาศาสตร์ประยุกต์ 40-50% และธุรกิจ 10-20% บูรณาการทั้ง Art, Science และ Business เพื่อหล่อหลอมให้ผู้เรียนเป็นทั้ง “ผู้ประกอบการและสถาปนิกอาหาร” ในคนเดียว บัณฑิตรุ่นใหม่จะมีทางเลือกอาชีพที่กว้างขวางและตอบโจทย์ Passion ความชอบที่อิสระ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ นักนวัตกรรมอาหาร หรือเชฟยุคใหม่ที่เข้าใจเทคโนโลยี รวมถึงผู้ประกอบการ SME ยุคใหม่ที่สามารถแปรรูปหรือดีไซน์ผลิตภัณฑ์ เช่น การพัฒนาเนื้อสัตว์จากพืชที่มีรสสัมผัสเหมือนจริง หรือการคำนวณสารอาหารในเมนูและใส่ Storytelling เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้อย่างน่าสนใจและมีประสิทธิภาพ
ความโดดเด่นทั้งหมดนี้ เกิดจากการทำ Co-Creation ครั้งใหญ่ ร่วมกับตัวจริงในวงการ โดยเป็นการจับมือกันระหว่างวิทยาลัยดุสิตธานี และยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมส่งออกระดับโลก อาทิ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ บริษัท ดุสิต ฟู้ดส์ จำกัด พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐอย่าง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ที่ร่วมส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมออกแบบรายวิชา เพื่อให้เนื้อหาสอดคล้องกับเทรนด์และตลาดโลก พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสการทำงานแบบครบวงจร ผ่านการเรียนการสอนในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย โดยหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปีนี้ มีกำหนดจะเริ่มเปิดการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการในปีหน้า (พ.ศ. 2570) เป็นต้นไป
ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรและการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน อัตราการเกิดที่ลดลงส่งผลให้จำนวนเยาวชนผู้เข้าสู่ระบบการศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักเรียนนักศึกษาลดลงตั้งแต่ปีพ.ศ. 2566 โดยมีจำนวนลดลงเกือบ 300,000 คน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการบุคลากรที่มีทักษะสอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ วิทยาลัยจึงมุ่งพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์อนาคตและความต้องการอันหลากหลายของผู้เรียน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
“เราไม่ได้มองเพียงการผลิตบัณฑิตเข้าสู่ตลาดงาน แต่ต้องการสร้างกำลังคนที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจในระยะยาว ขณะเดียวกันก็ตอบสนองการขยายตลาดและโอกาสใหม่ๆ ให้วิทยาลัยด้วย” ดร.อรรถเวทย์ กล่าว
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของอุตสาหกรรมอาหารโลก การสร้างกำลังคนที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจึงไม่ใช่เพียงภารกิจของสถาบันการศึกษา แต่เป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศ และวิทยาลัยดุสิตธานีกำลังวางตัวเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารแห่งอนาคตของภูมิภาคและของโลก
เกี่ยวกับวิทยาลัยดุสิตธานี
วิทยาลัยดุสิตธานี หนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านอุตสาหกรรมบริการของประเทศไทย และบริษัทในเครือโรงแรมดุสิตธานี ได้รับการรับรองจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) และการรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับสากล จาก The International Centre of Excellence in Tourism and Hospitality Education หรือ THE-ICE ประเทศออสเตรเลีย เปิดสอนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี ภาษาไทยและนานาชาติ หลักสูตรปริญญาโท รวมไปถึงหลักสูตรระยะสั้นอีกมากมายสำหรับบุคคลทั่วไป ทั้งทางด้านการจัดการโรงแรม การบริการ ศิลปะการประกอบอาหาร สปา รวมไปถึงการท่องเที่ยว
เรียนรู้เพิ่มเติมที่ www.dtc.ac.th
