CGTN: จีน-ฮอนดูรัส บุกเบิกความสัมพันธ์ทวิภาคีในการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ของผู้นำประเทศ
Newsroom ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- RATINFO ออฟไลน์
- โพสต์: 23506
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 03 ธ.ค. 2012 9:43 am
CGTN: จีน-ฮอนดูรัส บุกเบิกความสัมพันธ์ทวิภาคีในการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ของผู้นำประเทศ
จีนและฮอนดูรัสเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง แม้ว่าเพิ่งมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อสองเดือนที่แล้ว
หลังจากที่เปิดสถานทูตในเมืองหลวงของกันและกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนและฮอนดูรัสก็ได้ร่วมเป็นสักขีพยานช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์เมื่อวันจันทร์ โดยนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้พบปะหารือกับนางไอริส ซิโอมารา คาสโตร ซาร์เมียนโต ประธานาธิบดีฮอนดูรัส ซึ่งเดินทางเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ
ผู้นำจีนกล่าวว่า นางคาสโตรเป็นประธานาธิบดีฮอนดูรัสคนแรกที่เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมกับยกย่องการเยือนครั้งนี้ว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการเปิดบทใหม่ในบันทึกความสัมพันธ์จีน-ฮอนดูรัส
"จีนจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรกับฮอนดูรัส สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของฮอนดูรัสอย่างแน่วแน่ ตลอดจนสร้างมิตรภาพและความร่วมมือเป็นอย่างดีกับฮอนดูรัส ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน ความเสมอภาค ผลประโยชน์ร่วมกัน และการพัฒนาร่วมกัน" ผู้นำจีนให้คำมั่นสัญญา
นอกจากนี้ นายสี จิ้นผิง ยังแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประธานาธิบดีฮอนดูรัสจากมุมมองเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อนำพาความสัมพันธ์ทวิภาคีไปสู่การพัฒนาที่มากขึ้น และเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของความร่วมมือให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้เพื่อประโยชน์ที่มากขึ้นสำหรับประชาชนของทั้งสองประเทศ
หลักการจีนเดียว
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ฮอนดูรัสประกาศตัด "ความสัมพันธ์ทางการทูต" กับดินแดนไต้หวันของจีน ฮอนดูรัสก็ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับจีนเมื่อวันที่ 26 มีนาคม และกลายเป็นประเทศที่ 182 ที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนโดยยึดหลักการจีนเดียว
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้นางคาสโตร ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของฮอนดูรัส ซึ่งได้รับเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2564 และเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2565 สามารถทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ในระหว่างการหาเสียง
ในระหว่างการพบปะพูดคุยเมื่อวันจันทร์ นายสี จิ้นผิง ได้กล่าวชื่นชมการตัดสินใจ "ครั้งประวัติศาสตร์" ของประธานาธิบดีหญิงผู้นี้ และเจตจำนงทางการเมืองที่ "ไม่เปลี่ยนแปลง" ในการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน โดยกล่าวว่าคุณูปการครั้งนี้จะ "ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์"
นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า หลักการจีนเดียวเป็นหลักการเบื้องต้นและพื้นฐานทางการเมืองในการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตและการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนกับฮอนดูรัส
นางคาสโตรกล่าวว่า ฮอนดูรัสสนับสนุนและปฏิบัติตามหลักการจีนเดียวอย่างแน่วแน่มั่นคง ตลอดจนสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลจีนในการรวมชาติให้สำเร็จ
แถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ระบุว่า จีนและฮอนดูรัสเห็นพ้องกันที่จะส่งเสริมความร่วมมือภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) นอกจากนี้ ฮอนดูรัสยังแสดงความสนับสนุนข้อริเริ่มด้านการพัฒนาระดับโลก (Global Development Initiative) ข้อริเริ่มด้านอารยธรรมระดับโลก (Global Civilization Initiative) และข้อริเริ่มด้านความมั่นคงระดับโลก (Global Security Initiative) ซึ่งเป็นสามข้อริเริ่มที่จีนนำเสนอเพื่อรับมือกับความท้าทายที่โลกของเราและยุคสมัยของเรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
"อนาคตสดใส" ภายใต้ความร่วมมือ
ภายหลังการพูดคุยกัน ผู้นำทั้งสองชาติได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือทวิภาคี 17 ฉบับในด้านต่าง ๆ เช่น ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เศรษฐกิจ การค้า การตรวจสอบคุณภาพ เกษตรกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วัฒนธรรม และการศึกษา
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกันที่จะเริ่มการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีโดยเร็วที่สุด โดยตั้งแต่เดือนมีนาคม จีนได้อนุมัติการนำเข้าผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของฮอนดูรัส เช่น กาแฟ กุ้ง เมลอน และกล้วย เป็นต้น
กรมศุลกากรจีนเปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2566 จีนนำเข้าสินค้าจากฮอนดูรัสและส่งออกสินค้าไปยังฮอนดูรัสคิดเป็นมูลค่าราว 3.89 พันล้านหยวน (540 ล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าพุ่งขึ้นถึง 229.5%
"ความสัมพันธ์ทวิภาคีเริ่มต้นได้ด้วยดีและรวดเร็ว ทั้งยังมีพลวัตและอนาคตที่สดใสอย่างมาก" ผู้นำจีนกล่าวกับผู้นำฮอนดูรัสในระหว่างการประชุมร่วมกัน
นางคาสโตรกล่าวว่า ฮอนดูรัสมีความมั่นใจเกี่ยวกับอนาคต เมื่อพิจารณาจากความคืบหน้าอย่างรวดเร็วของความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
ในระหว่างพิธีเปิดสถานทูตฮอนดูรัสประจำกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายเอนริเก เรนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฮอนดูรัส กล่าวว่า การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างฮอนดูรัสกับทั่วโลก และทำให้ฮอนดูรัสมีโอกาสก้าวขึ้นเป็น "ประเทศที่ยิ่งใหญ่และมั่งคั่ง"
"การสานสัมพันธ์กับจีนช่วยเปิดโอกาสทางการค้าและการพาณิชย์ให้กับฮอนดูรัส ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของฮอนดูรัส" นายเรนาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็น (CGTN) เมื่อเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ นางคาสโตรเดินทางถึงนครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 6 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันพุธ นอกจากนี้ ฮอนดูรัสจะเข้าร่วมมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน (China International Import Expo) ที่เซี่ยงไฮ้ในช่วงปลายปีนี้ ขณะเดียวกันยังส่งนักเรียนมาศึกษาต่อที่เซี่ยงไฮ้อีกด้วย
https://news.cgtn.com/news/2023-06-12/X ... index.html
หลังจากที่เปิดสถานทูตในเมืองหลวงของกันและกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนและฮอนดูรัสก็ได้ร่วมเป็นสักขีพยานช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์เมื่อวันจันทร์ โดยนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้พบปะหารือกับนางไอริส ซิโอมารา คาสโตร ซาร์เมียนโต ประธานาธิบดีฮอนดูรัส ซึ่งเดินทางเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ
ผู้นำจีนกล่าวว่า นางคาสโตรเป็นประธานาธิบดีฮอนดูรัสคนแรกที่เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมกับยกย่องการเยือนครั้งนี้ว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการเปิดบทใหม่ในบันทึกความสัมพันธ์จีน-ฮอนดูรัส
"จีนจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรกับฮอนดูรัส สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของฮอนดูรัสอย่างแน่วแน่ ตลอดจนสร้างมิตรภาพและความร่วมมือเป็นอย่างดีกับฮอนดูรัส ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน ความเสมอภาค ผลประโยชน์ร่วมกัน และการพัฒนาร่วมกัน" ผู้นำจีนให้คำมั่นสัญญา
นอกจากนี้ นายสี จิ้นผิง ยังแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประธานาธิบดีฮอนดูรัสจากมุมมองเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อนำพาความสัมพันธ์ทวิภาคีไปสู่การพัฒนาที่มากขึ้น และเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของความร่วมมือให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้เพื่อประโยชน์ที่มากขึ้นสำหรับประชาชนของทั้งสองประเทศ
หลักการจีนเดียว
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ฮอนดูรัสประกาศตัด "ความสัมพันธ์ทางการทูต" กับดินแดนไต้หวันของจีน ฮอนดูรัสก็ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับจีนเมื่อวันที่ 26 มีนาคม และกลายเป็นประเทศที่ 182 ที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนโดยยึดหลักการจีนเดียว
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้นางคาสโตร ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของฮอนดูรัส ซึ่งได้รับเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2564 และเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2565 สามารถทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ในระหว่างการหาเสียง
ในระหว่างการพบปะพูดคุยเมื่อวันจันทร์ นายสี จิ้นผิง ได้กล่าวชื่นชมการตัดสินใจ "ครั้งประวัติศาสตร์" ของประธานาธิบดีหญิงผู้นี้ และเจตจำนงทางการเมืองที่ "ไม่เปลี่ยนแปลง" ในการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน โดยกล่าวว่าคุณูปการครั้งนี้จะ "ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์"
นายสี จิ้นผิง กล่าวว่า หลักการจีนเดียวเป็นหลักการเบื้องต้นและพื้นฐานทางการเมืองในการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตและการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนกับฮอนดูรัส
นางคาสโตรกล่าวว่า ฮอนดูรัสสนับสนุนและปฏิบัติตามหลักการจีนเดียวอย่างแน่วแน่มั่นคง ตลอดจนสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลจีนในการรวมชาติให้สำเร็จ
แถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ระบุว่า จีนและฮอนดูรัสเห็นพ้องกันที่จะส่งเสริมความร่วมมือภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) นอกจากนี้ ฮอนดูรัสยังแสดงความสนับสนุนข้อริเริ่มด้านการพัฒนาระดับโลก (Global Development Initiative) ข้อริเริ่มด้านอารยธรรมระดับโลก (Global Civilization Initiative) และข้อริเริ่มด้านความมั่นคงระดับโลก (Global Security Initiative) ซึ่งเป็นสามข้อริเริ่มที่จีนนำเสนอเพื่อรับมือกับความท้าทายที่โลกของเราและยุคสมัยของเรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
"อนาคตสดใส" ภายใต้ความร่วมมือ
ภายหลังการพูดคุยกัน ผู้นำทั้งสองชาติได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือทวิภาคี 17 ฉบับในด้านต่าง ๆ เช่น ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เศรษฐกิจ การค้า การตรวจสอบคุณภาพ เกษตรกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วัฒนธรรม และการศึกษา
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกันที่จะเริ่มการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีโดยเร็วที่สุด โดยตั้งแต่เดือนมีนาคม จีนได้อนุมัติการนำเข้าผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของฮอนดูรัส เช่น กาแฟ กุ้ง เมลอน และกล้วย เป็นต้น
กรมศุลกากรจีนเปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2566 จีนนำเข้าสินค้าจากฮอนดูรัสและส่งออกสินค้าไปยังฮอนดูรัสคิดเป็นมูลค่าราว 3.89 พันล้านหยวน (540 ล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าพุ่งขึ้นถึง 229.5%
"ความสัมพันธ์ทวิภาคีเริ่มต้นได้ด้วยดีและรวดเร็ว ทั้งยังมีพลวัตและอนาคตที่สดใสอย่างมาก" ผู้นำจีนกล่าวกับผู้นำฮอนดูรัสในระหว่างการประชุมร่วมกัน
นางคาสโตรกล่าวว่า ฮอนดูรัสมีความมั่นใจเกี่ยวกับอนาคต เมื่อพิจารณาจากความคืบหน้าอย่างรวดเร็วของความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
ในระหว่างพิธีเปิดสถานทูตฮอนดูรัสประจำกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายเอนริเก เรนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฮอนดูรัส กล่าวว่า การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างฮอนดูรัสกับทั่วโลก และทำให้ฮอนดูรัสมีโอกาสก้าวขึ้นเป็น "ประเทศที่ยิ่งใหญ่และมั่งคั่ง"
"การสานสัมพันธ์กับจีนช่วยเปิดโอกาสทางการค้าและการพาณิชย์ให้กับฮอนดูรัส ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของฮอนดูรัส" นายเรนาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็น (CGTN) เมื่อเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ นางคาสโตรเดินทางถึงนครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 6 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันพุธ นอกจากนี้ ฮอนดูรัสจะเข้าร่วมมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน (China International Import Expo) ที่เซี่ยงไฮ้ในช่วงปลายปีนี้ ขณะเดียวกันยังส่งนักเรียนมาศึกษาต่อที่เซี่ยงไฮ้อีกด้วย
https://news.cgtn.com/news/2023-06-12/X ... index.html
CGTN: จีน-ฮอนดูรัส บุกเบิกความสัมพันธ์ทวิภาคีในการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ของผู้นำประเทศ
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- วว. คว้ารางวัล Best Poster Presentation Award จากเวทีประชุมวิชาการนานาชาติ TIChE 2026 จากผลงานวิจัย “Optimization of Sug (7 views)
- บิทคับ กรุ๊ป จับมือ กรมกิจการผู้สูงอายุ และ CIB จัดงาน “Bitkub Elder Empowerment พลังใหม่ผู้สูงวัย” (7 views)
- ทำไมจึงไม่ควรนำลิงก์รูปภาพจากโพสต์ Facebook มาใช้แทรกในประกาศหรือข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์อื่น (40 views)
- วว. คว้ารางวัลความยั่งยืนภาคเกษตร “GovMedia Awards 2026” @ สิงคโปร์ ชูนวัตกรรมเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ (10 views)
- XTransfer เปิดสำนักงานใหม่ในมาเลเซีย (9 views)
- สคส. เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน ยกระดับเว็บไซต์ PDPC สู่บริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกคน (14 views)
- โฮมโปร ชวนคนไทย "อย่ารอ! ให้หน้าฝนบอกว่าบ้านมีปัญหา!" (13 views)
- “ท๊อป จิรายุส” ติดโผ ASIA 21 Young Leader 2026 รวมผู้นำรุ่นใหม่ระดับเอเชียแปซิฟิกที่ทรงอิทธิพลที่สุด (19 views)
