กรมเจรจา เตรียมเสิร์ฟกาแฟไทยในตลาดแดนมังกรด้วย FTA
Newsroom ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- kunya156 ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 14 พ.ค. 2025 12:41 pm
กรมเจรจา เตรียมเสิร์ฟกาแฟไทยในตลาดแดนมังกรด้วย FTA
กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” เตรียมพร้อมผู้ประกอบการกาแฟรุกตลาดจีน ใช้ประโยชน์ FTA อาเซียน-จีน และ RCEP จับคู่ธุรกิจ เข้าร่วมงานแสดงสินค้ากาแฟ และสำรวจศักยภาพตลาดโมเดิร์นเทรด ณ เมืองกว่างโจวและเมือง เซินเจิ้น ในเดือนสิงหาคม นี้
นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา กระทรวงพาณิชย์ โดยเปิดเผยว่า “กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายขับเคลื่อนการส่งออกและขยายตลาดใหม่ โดยเร่งรัดการเจรจา FTA ใหม่ ๆ และปรับปรุงให้ทันสมัยและสอดรับกับประเด็นสำคัญ เช่น สิ่งแวดล้อมและการค้าโลกยุคใหม่ และส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้ก้าวทันยุคดิจิทัล เข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดออนไลน์ จึงได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศดำเนินโครงการ
เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการสินค้ากาแฟ ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออกไปตลาดการค้าเสรี 18 ประเทศ ที่ได้ลดหรือยกเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรให้กับสินค้าส่วนใหญ่จากไทยแล้ว และดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับระเบียบการค้าโลกใหม่ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งกาแฟเป็นสินค้าดาวรุ่งที่มีการบริโภคเติบโตเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องในตลาดโลกและภายในประเทศ ตลาดกาแฟยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะตลาดจีนที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน และมีแนวโน้มความนิยมบริโภคกาแฟโดยคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น ขยายตัวร้อยละ 8.55 ต่อปี ในปี 2567 ไทยส่งออกกาแฟคั่วไปจีนเป็นอันดับ 2 คิดเป็นมูลค่า
0.29 ล้านดอลลาห์สหรัฐ และส่งออกกาแฟสำเร็จรูปไปจีนเป็นอันดับ 7 คิดเป็นมูลค่า 3.79 ล้านดอลลาห์สหรัฐ ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” มุ่งนำเมล็ดกาแฟที่มีอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งอะราบิก้าและโรบัสต้ามาสร้างมูลค่าเพิ่ม มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟที่หลากหลายทั้งเมล็ดกาแฟคั่ว กาแฟคั่วบด แคปซูล กาแฟดริป กาแฟถุงชง กาแฟสปาร์คกิ้ง กาแฟสำเร็จรูป และลูกอมกาแฟ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และส่งออกด้วยการใช้ประโยชน์จาก FTA โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 84 ราย และผ่านการคัดเลือกรอบแรก จำนวน 20 ราย เข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp ติวเข้มเรื่อง FTA การค้าระหว่างประเทศ มาตรการและกฎระเบียบการส่งออกกาแฟของไทยและจีน การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ กลยุทธ์การทำตลาดด้วย AI การเขียนแผนธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง เตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออกกาแฟไปตลาดจีน อีกทั้งกรมได้เปิดเวทีการทำ Workshop ให้คนในวงการกาแฟได้สร้างคลัสเตอร์กลุ่มผู้ประกอบการ พร้อมจัดกิจกรรม Pitching คัดเลือกผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้าย ที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางไปสำรวจศักยภาพตลาดและจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าจีนทั้งผู้นำเข้า โมเดิร์นเทรด ตัวแทนกระจายสินค้า โรงแรม
และร้านอาหาร พร้อมกับเข้าร่วมงานแสดงสินค้ากาแฟ CAFEEX 2025 (Café Expo China) ณ เมืองกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือนสิงหาคม 2568
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมั่นใจว่า โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” จะช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการติดอาวุธ FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศภาคีและอีก 3 ฉบับ ที่ลงนามแล้ว ครอบคลุม 6 ประเทศภาคี ได้แก่ ศรีลังกา ภูฏาน ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ขยายการส่งออกกาแฟของไทยไปในตลาดจีนและตลาดโลก และที่สำคัญคือ วัตถุดิบเมล็ดกาแฟที่มีอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกได้ ที่เกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กเติบโตไปด้วยกัน นายฉันทวิชญ์ กล่าว
นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา กระทรวงพาณิชย์ โดยเปิดเผยว่า “กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายขับเคลื่อนการส่งออกและขยายตลาดใหม่ โดยเร่งรัดการเจรจา FTA ใหม่ ๆ และปรับปรุงให้ทันสมัยและสอดรับกับประเด็นสำคัญ เช่น สิ่งแวดล้อมและการค้าโลกยุคใหม่ และส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้ก้าวทันยุคดิจิทัล เข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดออนไลน์ จึงได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศดำเนินโครงการ
เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการสินค้ากาแฟ ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออกไปตลาดการค้าเสรี 18 ประเทศ ที่ได้ลดหรือยกเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรให้กับสินค้าส่วนใหญ่จากไทยแล้ว และดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับระเบียบการค้าโลกใหม่ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งกาแฟเป็นสินค้าดาวรุ่งที่มีการบริโภคเติบโตเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องในตลาดโลกและภายในประเทศ ตลาดกาแฟยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะตลาดจีนที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน และมีแนวโน้มความนิยมบริโภคกาแฟโดยคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น ขยายตัวร้อยละ 8.55 ต่อปี ในปี 2567 ไทยส่งออกกาแฟคั่วไปจีนเป็นอันดับ 2 คิดเป็นมูลค่า
0.29 ล้านดอลลาห์สหรัฐ และส่งออกกาแฟสำเร็จรูปไปจีนเป็นอันดับ 7 คิดเป็นมูลค่า 3.79 ล้านดอลลาห์สหรัฐ ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” มุ่งนำเมล็ดกาแฟที่มีอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งอะราบิก้าและโรบัสต้ามาสร้างมูลค่าเพิ่ม มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟที่หลากหลายทั้งเมล็ดกาแฟคั่ว กาแฟคั่วบด แคปซูล กาแฟดริป กาแฟถุงชง กาแฟสปาร์คกิ้ง กาแฟสำเร็จรูป และลูกอมกาแฟ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และส่งออกด้วยการใช้ประโยชน์จาก FTA โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 84 ราย และผ่านการคัดเลือกรอบแรก จำนวน 20 ราย เข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงลึก Boot Camp ติวเข้มเรื่อง FTA การค้าระหว่างประเทศ มาตรการและกฎระเบียบการส่งออกกาแฟของไทยและจีน การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ กลยุทธ์การทำตลาดด้วย AI การเขียนแผนธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง เตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออกกาแฟไปตลาดจีน อีกทั้งกรมได้เปิดเวทีการทำ Workshop ให้คนในวงการกาแฟได้สร้างคลัสเตอร์กลุ่มผู้ประกอบการ พร้อมจัดกิจกรรม Pitching คัดเลือกผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้าย ที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางไปสำรวจศักยภาพตลาดและจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าจีนทั้งผู้นำเข้า โมเดิร์นเทรด ตัวแทนกระจายสินค้า โรงแรม
และร้านอาหาร พร้อมกับเข้าร่วมงานแสดงสินค้ากาแฟ CAFEEX 2025 (Café Expo China) ณ เมืองกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือนสิงหาคม 2568
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมั่นใจว่า โครงการ “ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA” จะช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการติดอาวุธ FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศภาคีและอีก 3 ฉบับ ที่ลงนามแล้ว ครอบคลุม 6 ประเทศภาคี ได้แก่ ศรีลังกา ภูฏาน ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ขยายการส่งออกกาแฟของไทยไปในตลาดจีนและตลาดโลก และที่สำคัญคือ วัตถุดิบเมล็ดกาแฟที่มีอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกได้ ที่เกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็กเติบโตไปด้วยกัน นายฉันทวิชญ์ กล่าว
กรมเจรจา เตรียมเสิร์ฟกาแฟไทยในตลาดแดนมังกรด้วย FTA
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- “6 ปี Bolt Thailand จากถนนสู่สนามบอล ‘เตะกับโบลท์’ เชื่อมคนขับ พร้อมเดินหน้าแพลตฟอร์มที่เป็นธรรม” (11 views)
- เปิดโลกการเรียนรู้ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จัดเต็มค่าย "STEAM & English Camp 2026" ปั้นเยาวชนสู่เวทีสากล (12 views)
- CONNER Ratchathewi Emerges as a “Rare Asset to Keep” With Over 90% Sold (7,796 views)
- New Loyalty Economy: เมื่อ “แต้ม” อย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับคนรุ่นใหม่ (12,736 views)
- KUB Foundation จัด KUB Global Bangkok 2026 ชูแนวคิด Road to Regional Financial Infrastructure (10,745 views)
- Leadership Skill Camp 2026 เดินหน้าสร้างผู้นำยุคใหม่ ปลุกศักยภาพนักเรียนผ่านกิจกรรมเข้มข้นที่ได้ลงมือทำจริง (10,801 views)
- CONNER Ratchathewi ตอกย้ำ Rare Asset to Keep ขายแล้วกว่า 90% (10,791 views)
- ทำไมจึงไม่ควรนำลิงก์รูปภาพจากโพสต์ Facebook มาใช้แทรกในประกาศหรือข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์อื่น (10,810 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
