ต้องรู้จัก “เงินสมทบคืออะไร และผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้างจากสำนักงานประกันสังคม”

คือเงินที่นายจ้างและผู้ประกันตนจะต้องนำส่งเข้า “กองทุนประกันสังคม” ทุกเดือน โดยคำนวณจากค่าจ้างที่ผู้ประกันตนได้รับ
และผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ จากกองทุนประกันสังคมดังนี้
สามารถเลือกโรงพยาบาลตามสิทธิได้ทั้งรัฐบาลและเอกชน
+ ตรวจสุขภาพฟรีประจำปี
+ ทำฟัน (900 บาทต่อปี)
+ เงินเจ็บป่วยกรณีหยุดงาน
เหมาจ่าย 15,000 บาท
+ ผู้ประกันตนฝ่ายหญิงได้รับเงินสงเคราะห์กรณีหยุดงาน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน (ฐานค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลา 90 วัน
‘ค่าฝากครรภ์’ ได้ไม่เกิน 1,500 บาท
แบ่งเป็นช่วงอายุครรภ์ ดังนี้
ช่วงที่ 1: เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 500 บาท
ช่วงที่ 2: เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 300 บาท
ช่วงที่ 3: เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 300 บาท
ช่วงที่ 4: เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 200 บาท
ช่วงที่ 5: เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 200 บาท
-ทุพพลภาพไม่รุนแรง ได้รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน (ฐานค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลา 180 เดือน
-ทุพพลภาพรุนแรง ได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน (ฐานค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท) ตลอดชีวิต
+ ค่ารักษาพยาบาล
+ ค่ารถ 500 บาท/เดือน
+ เงินคืนบำเหน็จชราภาพ
ได้ค่าทำศพ 50,000 บาท
+ เงินบำเหน็จชราภาพ
+ เงินสงเคราะห์การตาย (กรณีจ่ายเงินสมทบมากกว่า 36 เดือน)
กรณีถูกเลิกจ้างได้ 60% ของค่าจ้างที่คำนวณเงินสมทบ จำนวนวันไม่เกิน180 วัน กรณีลาออกได้ 30% ของค่าจ้างที่คำนวณเงินสมทบ จำนวนวันไม่เกิน 90 วัน
ออมชราภาพ 6% (ผู้ประกันตน 3% นายจ้าง 3%) ออมสูงสุด 900 บาท/เดือน (กรณีฐานค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท) อายุ 55 ปีบริบูรณ์ รับบำเหน็จ หรือ บำนาญชราภาพ ตามเงื่อนไขการส่งเงินสมทบ
รวมทั้งสิ้น 5% ของฐานค่าจ้างของผู้ประกันตน กรณีคำนวณจากฐานค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท
“ประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน”
