Skip ไปที่เนื้อหา

v

Newsroom ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์

  • ภาพประจำตัว
  • กองประชาสัมพันธ์ วว. ออฟไลน์
  • โพสต์: 886
  • ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 07 พ.ย. 2022 10:37 am

v

 โพสต์ กองประชาสัมพันธ์ วว.    8

v — กองประชาสัมพันธ์ วว
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ผนึกกำลังจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ร่วมกัน เพื่อจัดตั้ง “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์” (Hub of Talents for Nuclear Energy Technology) มุ่งขับเคลื่อนองค์ความรู้ นวัตกรรม และการพัฒนากำลังคน รองรับเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูมบี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว กรุงเทพฯ

การผนึกกำลังในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและกำลังคน โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นสักขีพยาน พร้อมกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดี ในการนี้ รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวรายงาน โอกาสนี้ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. มอบหมาย ดร.โศรดา วัลภา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม เป็นผู้แทน วว. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ประเทศรายได้สูงและเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-Driven Economy) จำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ ภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ให้ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม โดย “Hub of Knowledge” และ “Hub of Talent” จะเป็นกลไกสำคัญในการทลายข้อจำกัดการทำงานแบบไซโล เชื่อมโยงองค์ความรู้และบุคลากรเพื่อต่อยอดสู่โครงการขนาดใหญ่ การลงทุน และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

สำหรับเทคโนโลยีนิวเคลียร์นั้น ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ควรมองให้กว้างกว่าการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หรือ SMR (Small Modular Reactor : เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก) โดยสามารถต่อยอดองค์ความรู้ด้านนิวเคลียร์ในรูปแบบ Dual Use สู่เทคโนโลยีวัสดุ และนวัตกรรมในอุตสาหกรรมอื่นได้ ขณะเดียวกัน การพัฒนา SMR ควรแยกเป็นองค์ประกอบย่อย เพื่อมุ่งพัฒนาจุดแข็งที่ไทยสามารถสร้างความเชี่ยวชาญและความได้เปรียบ โดยภาครัฐสนับสนุนงานวิจัยเทคโนโลยีแนวหน้าและมีความเสี่ยงสูง ขณะที่ภาคเอกชนนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเชิงธุรกิจ ทั้งการพัฒนา Sub-module การให้สิทธิใช้เทคโนโลยี (Licensing) และการเป็นศูนย์ทดสอบวัสดุหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ SMR

“การพัฒนากำลังคนเป็นรากฐานสำคัญ โดยควรสร้างแรงบันดาลใจและวางพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาบุคลากรสำหรับเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต นำไปสู่การสร้าง “New Value Engine” เพื่อยกระดับขีดความสามารถและการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวสรุป

สำหรับ “13 หน่วยงานภาคีความร่วมมือ” ในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 2.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) 3.สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) 4.สมาคมสโมสรพนักงานทีโอที 5.ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. 6.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 7.บริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด 8.กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) 9.บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (JGSEE) 10.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 11.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) 12.สถาบันพัฒนาศักยภาพบุคลากรการกำกับดูแลนิวเคลียร์และรังสี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) และ 13.คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภารกิจหลัก Hub of Talents มุ่งสร้างบุคลากร หนุนวิจัย เชื่อมโยงระดับสากล แนวทางการดำเนินงานมุ่งเน้นภารกิจสำคัญดังนี้ 1.จัดทำแผนที่นำทาง (Nuclear Technology Roadmap): กำหนด ทิศทาง ยุทธศาสตร์ และเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศอย่างเป็นระบบ 2.สร้างและพัฒนากำลังคน วางหลักสูตร อบรม ยกระดับผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ และส่งเสริมวิศวกรรมนิวเคลียร์ 3.ต่อยอดนวัตกรรมและอุตสาหกรรม เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และการแพทย์ และ 4.สื่อสารสาธารณะและสร้างความร่วมมือสากล สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน พร้อมแลกเปลี่ยนบุคลากรและองค์ความรู้กับองค์กรระดับโลก
นอกจากพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจแล้ว ภายในงานยังได้มีพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ทีมผู้แทนประเทศไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงจากการแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระหว่างประเทศ (INSO2026) โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นผู้มอบเกียรติบัตรให้แก่เยาวชนไทยจากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ เตรียมอุดมศึกษา และมหิดลวิทยานุสรณ์ พร้อมมอบโล่ขอบคุณแก่องค์กรผู้สนับสนุนโครงการ เพื่อตอกย้ำการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ตั้งแต่วัยเรียน

การจัดตั้ง ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ (Hub of Talents) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังความเชี่ยวชาญในประเทศเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีพลังงาน เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อม ความปลอดภัย และความมั่นคงทางพลังงานสะอาด ก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืนในระดับสากล

#สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
#SMR #นวัตกรรม #NewValueEngine
#อว #วว #TISTR #วทน #HubofTalents #ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์
เผยแพร่โดย กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร วว.
www.tistr.or.th
☎ 0 2577 9048
✉ pr@tistr.or.th
🟩 Line@tistr
🟧 IG : tistr_ig
🟥YouTube : tistr2506
🟪 TIKTOK : @tistr2506
 v
 Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน