
1. การทำความสะอาดตู้เย็นที่ไม่เย็นอย่างไม่ถูกวิธีก็ทำให้ตู้เย็นเสียเพิ่มได้อีกเช่นกัน บางบ้านใช้ตู้เย็นรุ่นเก่า ซึ่งก็ยังไม่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ เมื่อมีน้ำแข็งเกาะห้องฟรีซจำนวนมาก เจ้าของต้องกดปุ่มเพื่อละลายน้ำแข็ง น้ำจะตกลงในถาดข้างล่างห้องฟรีซ บางคนไม่รู้จะใช้วิธีไหนแล้วเพื่อจะให้น้ำแข็งนั้นละลายหมด ก็ต้องใช้ตัวช่วยคือ มีดหรือของแข็งอื่น ๆ ให้เซาะน้ำแข็งออกไป เลยเกิดให้ท่อน้ำยารั่ว
2. การใช้กระแสไฟฟ้าไม่ถูกวิธี เช่น การเสียบปลั๊กตู้เย็นในเต้าปลั๊กไฟที่หลวมเกินไป การเสียบปลั๊กตู้เย็นพ่วงกับปลั๊กไฟอื่นๆ ทำให้กระแสไฟเดินไม่สม่ำเสมอ มีผลต่อระบบการทำงานของตู้เย็น โดยเฉพาะมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า คอมเพรสเซอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทำความเย็นที่สำคัญของตู้เย็น ส่วนคอมเพรสเซอร์ เป็นอุปกรณ์สำคัญของระบบทำความเย็น ทำหน้าที่อัดและดูดน้ำยาทำความเย็นให้หมุนเวียนภายในตู้เย็น จะหยุดทำงานชั่วคราวเมื่อความเย็นถึงจุดที่ตั้งไว้ ถ้าภายในตู้เย็นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นก็จะทำให้ตู้เย็นที่มีปัญหาเริ่มทำงานใหม่
3. แต่ถ้าหากตู้เย็นไม่เย็นเลย ซึ่งเกิดจากระบบการทำงานของตู้เย็นขัดข้อง ก็คงต้องให้ช่างซ่อมแล้วล่ะ ทางเรามีวิธีการตรวจสอบมาแนะนำให้คร่าว ๆไปก่อนว่า การขัดข้องนั้นมาจากจุดใด เช่น ห้องฟรีสไม่เย็นเลย ให้ทดสอบว่าคอมเพรสเซอร์เสียหรือไม่ โดยการฟังเสียงการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ถ้าทำงานจะมีเสียง “ฮึม” เป็นระยะ
4.ถ้าภายในห้องฟรีซมีน้ำแข็งเกาะเต็ม ส่วนช่องแช่อาหารความเย็นลดลงมาก และคอมเพรสเซอร์ยังทำงานอยู่ ต้องตรวจสอบที่ระบบละลายน้ำแข็งว่ายังทำงานอยู่หรือไม่ อุปกรณ์สำคัญของระบบนี้ ได้แก่ ฮีตเตอร์ และพัดลม ซึ่งทำหน้าที่พัดกระจายความเย็นภายในตู้เย็น ว่าเสียหรือไม่ ถ้าฮีตเตอร์ไม่ทำงานจะส่งผลให้มีน้ำแข็งเกาะที่คอยล์เย็นมากจนพัดลมไม่สามารถระบายลมเย็นภายในตู้เย็นได้ทั่วถึง ทำให้ห้องฟรีซเย็นจัดจนมีน้ำแข็งเกาะเต็มได้ และส่งผลให้ห้องแช่อาหารด้านล่างไม่เย็นด้วย
หลายคนคงรู้วิธีแก้ปัญหาซ่อมตู้เย็นไม่เย็นได้เบื้องต้นกันแล้วใช่มั้ยค่ะ ยังไงถ้าหากเกิดปัญหาที่กล่าวมานี้ ท่านก็สามารถที่จะนำเอาไปปรับ ซ่อมได้ที่บ้านได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องไปพึ่งพาช่างให้เปลืองกันเลยล่ะคะ
ขอบคุณที่มา : http://pantip.com/topic/32915637
