รายงานการวิจัยล่าสุดจาก The Center for Global Enterprise ชี้การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลช่วยหนุนการเติบโตของรายได้
นิวยอร์ก--3 ต.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
Digital Supply Chain initiative (DSCi) ซึ่งเป็นคณะวิจัยชุดใหม่ที่ดำเนินการโดย The Center for Global Enterprise (CGE) ร่วมกับ CREATe.org เปิดเผยรายงานล่าสุดในชื่อ Digital Supply Chains: A Frontside Flip ซึ่งจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำขั้นตอนการปฏิบัติที่บริษัทต่างๆ สามารถนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนโฉมห่วงโซ่อุปทานไปสู่ดิจิทัลในอนาคต
รายงานดังกล่าวนำเสนอหลักฐานจากผู้บริหารระดับสูง 24 รายที่บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่ที่สุดเป็นลำดับต้นๆของโลก โดยผู้นำอุตสาหกรรมเหล่านี้เชื่อว่าระบบห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของบริษัทต่างๆ ในช่วงอีก 5 ปีข้างหน้า การวิจัยได้เปิดเผยแนวทางใหม่ในการบริหารห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ นั่นก็คือการให้ความสำคัญกับลูกค้าและเพิ่มอุปสงค์ไปสู่ระดับสูงสุด ซึ่งหมายถึงการพลิกความสำคัญสู่ด้านที่ลูกค้ากำลังเผชิญอยู่ ซึ่งก็คือด้านหน้าของธุรกิจ
การวิจัยบ่งชี้ว่า ห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล หรือ Digital Supply Chains (DSC) ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นสามารถนำไปสู่การลดต้นทุนการจัดซื้อได้ถึง 20% ลดต้นทุนห่วงโซ่อุปทานลง 50% และเพิ่มรายได้ 10% นี่เป็นเรื่องจริงในทุกอุตสาหกรรม แม้กระทั่งในบางอุตสาหกรรม เช่น การบริการทางการเงิน ซึ่งโดยปกติแล้วไม่ได้รวมเอาห่วงโซ่อุปทานเข้าไว้ในกลยุทธ์การสร้างรายได้
"บริษัทที่ประสบความสำเร็จจะใช้ประโยชน์จากแนวปฏิบัติใหม่ๆ ด้านการบริหาร แหล่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับ DSC หากพวกเขาต้องการมีความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคตและครองใจลูกค้า" จอร์จไบลีย์ หัวหน้าโครงการ DSCi ของ CGE กล่าว
รายงานนี้จะช่วยซีอีโอ ผู้บริหารห่วงโซ่อุปทาน และบุคคลที่สนใจในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้ทันสมัยและการปรับปรุงการปฏิบัติงานได้ดังต่อไปนี้:
1. รายงานนี้นำเสนอกรอบการทำงานในการบริหาร DSC และโร้ดแม็พในการเปลี่ยนโฉมห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจด้วยการให้ความสำคัญกับลูกค้าและเพิ่มอุปสงค์ไปสู่ระดับสูงสุด การปฏิบัติตามขั้นตอนที่รายงานการวิจัยเสนอแนะจะช่วยเพิ่มรายได้ของธุรกิจและลดต้นทุนห่วงโซ่อุปทาน
2. รายงานนี้ช่วยให้ฝ่ายที่สนใจมีความเข้าใจดีขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะมาพลิกโฉมห่วงโซ่อุปทานของบริษัท
3. รายงานนี้อธิบายถึงความแตกต่างที่สำคัญระหว่างห่วงโซ่อุปทานแบบดั้งเดิมและห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล ช่วยให้ผู้บริหารห่วงโซ่อุปทานมีความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับตำแหน่งของตนในธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น
สามารถอ่านรายงาน Digital Supply Chains: A Frontside Flip ได้ที่:
http://thecge.net/category/research/dig ... nitiative/
The Center for Global Enterprise เป็นสถาบันการวิจัยที่ไม่แสวงหาผลกำไรและมีความเป็นกลาง ซึ่งทุ่มเทให้กับการศึกษาแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริหารจัดการระดับโลก องค์กรร่วมสมัย การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ตลอดจนผลกระทบและบทบาทต่อสังคม
การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลช่วยหนุนการเติบโตของรายได้
ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์ AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application ฝากข่าวไอทีฟรี
- RATINFO ออฟไลน์
- โพสต์: 23506
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 03 ธ.ค. 2012 9:43 am
การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลช่วยหนุนการเติบโตของรายได้
ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์ AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application ฝากข่าวไอทีฟรี
ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์ AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application ฝากข่าวไอทีฟรี
- เอเซอร์เปิดตัว TravelMate P6 14 AI เบาไม่ถึง 1 กก. พร้อมพีซีอัจฉริยะเพื่อออฟฟิศยุคใหม่ (551 views)
- COLORFUL เปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง iGame M15 และ M16 Origo รุ่นใหม่ในงาน COMPUTEX 2026 (397 views)
- เอเซอร์เปิดไลน์อัป Copilot+ PC ปี 2026 แท็กทีม Swift และ Aspire ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ (310 views)
- COLORFUL เปิดตัวโชว์รูมประสบการณ์ 4 โซนสำหรับงาน COMPUTEX 2026 (884 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด Micro-ATX ซีรีส์ iGame B850M ULTRA (4163 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด BATTLE-AX B860M และ B760M รุ่นใหม่ รองรับ Wi-Fi 7 และซีพียูเจเนอเรชันถัดไป (2642 views)
- Sandisk ยกระดับไลน์อัพการ์ดหน่วยความจำ เปิดตัว CFexpress 4.0 Type B และ SD Card V90/V60 รุ่นใหม่ในงาน NAB 2026 (1482 views)
- Kioxia เปิดตัว SSD ซีรีส์ EG7 ของ KIOXIA ที่ใช้เทคโนโลยี QLC ที่เน้นความคุ้มค่าสำหรับ PC OEM (1474 views)
