รายงานดังกล่าวศึกษาข้อมูลย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 เพื่อหาการกระทำของแต่ละบุคคลและการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างที่จำเป็นในการทำลายเพดานไม้ไผ่
ศูนย์ส่งเสริมภาวะผู้นำอย่างสร้างสรรค์ (Center for Creative Leadership หรือ CCL) ผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านหลักสูตรผู้บริหาร ประกาศเผยแพร่รายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ "Global Asian Leader: From Asia, For The World" (ผู้นำเอเชียระดับโลก: จากเอเชีย สำหรับทั้งโลก) ซึ่งเป็นรายงานที่ต่อยอดรายงานเมื่อปี 2561 ในหัวข้อ "The Global Asian Leader: From Local Star to Global CXO" (ผู้นำเอเชียระดับโลก: จากดาวเด่นในท้องถิ่น สู่ CXO ระดับโลก)[1] รายงานดังกล่าวได้สัมภาษณ์ผู้นำรวมทั้งสิ้น 75 ราย เพื่อค้นหาปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้นำเชื้อสายเอเชียเติบโตช้าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งยังได้ประเมินผลกระทบจากแนวโน้มสำคัญต่าง ๆ ทีเกิดขึ้น เช่น การระบาดใหญ่และกระแสชาตินิยมด้วย
เพดานไม้ไผ่ยังคงปรากฏให้เห็น แม้เอเชียก้าวขึ้นเป็น 'ศูนย์กลางของโลก'
เศรษฐกิจกลุ่มกำลังพัฒนาในเอเชียนั้นคาดว่าจะขยายตัว 5.2% ในปี 2566 แม้ทั่วโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนและเศรษฐกิจส่งสัญญาณซบเซา ทุกวันนี้องค์กรระดับโลกจำเป็นต้อง 'มองตะวันออก' เพื่อให้ธุรกิจของตนเติบโตต่อได้ โดยดึงผู้นำในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้เข้าใจบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตในระดับภูมิภาค
แม้จะมีเหตุผลทางธุรกิจมากมายให้ปั้นผู้นำเชื้อสายเอเชียขึ้นมา แต่สัดส่วนชาวเอเชียในตำแหน่งผู้นำนั้นกลับลดลงจากปี 2560 โดยในองค์กรชั้นนำ 200 อันดับแรกนั้น มีชาวเอเชียที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐคิดเป็นสัดส่วนเพียง 4% ในปี 2565 ลดลงจาก 8% ในปี 2560
เอลิซา มาลลิส (Elisa Mallis) กรรมการผู้จัดการและรองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ CCL กล่าวว่า "บุคคลผู้มีความสามารถในเอเชียได้พัฒนาขึ้นอย่างมากในแง่ของความเป็นผู้นำตลอดทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี รายงานวิจัยล่าสุดของเราพบแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงในช่วงไม่กี่ปีนี้ จากการที่บริษัทข้ามชาติชั้นนำหลายแห่งมีผู้นำเชื้อสายเอเชียจำนวนน้อยลง จึงไม่มีเวลาใดที่จะสำคัญไปกว่านี้แล้วในการทำลายเพดานไม้ไผ่ และเปิดโอกาสให้ชาวเอเชียเข้ามาเป็นผู้นำในระดับสากล เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ เอาชนะปัญหาท้าทายระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างที่กำลังเผชิญอยู่ได้"
ผลักดันผู้นำชาวเอเชียสู่ความสำเร็จในระดับสากล
ในการก้าวข้ามกรอบจำกัดทางวัฒนธรรมและประสบความสำเร็จในระดับสากล CCL ได้สรุป 5 คุณสมบัติสำคัญที่ผู้นำชาวเอเชียต้องมี ได้แก่ ความกล้าหาญ ความอยากรู้ ความมั่นใจ ความสามารถในการส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจ และการคิดในเชิงกลยุทธ์ ผู้นำชาวเอเชียได้พัฒนาตัวเองขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในขอบข่ายทั้งหมดเหล่านี้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่นการคิดเชิงกลยุทธ์ ซึ่งผู้นำชาวเอเชียมีพัฒนาการขึ้นมาก โดยทำคะแนนได้ 3.82 จากเดิมที่เคยทำคะแนนได้ 3.74 เมื่อปี 2560
อย่างไรก็ดี แม้จะมีเรื่องราวความสำเร็จของผู้นำเชื้อสายเอเชียในการดำรงตำแหน่งระดับภูมิภาคหรือระดับโลกปรากฏให้เห็นอยู่มากมาย แต่องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องยกระดับความพยายามในการพัฒนาผู้นำชาวเอเชียอย่างเป็นระบบ โดยรายงานดังกล่าวได้นำเสนอแผนดำเนินการ 5 ขั้นตอนสำหรับผู้นำชาวเอเชียที่หวังก้าวไกลในระดับโลก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กรที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมความเป็นผู้นำที่หลากหลาย
พอล เมอร์เรย์ (Paul Murray) ประธานระดับภูมิภาคและซีอีโอธุรกิจประกันภัยต่อประจำภูมิภาคเอเชีย บริษัทสวิส รี (Swiss Re) กล่าวว่า "ภาคธุรกิจในเอเชียมีความคึกคัก รวดเร็ว และดุเดือด เหล่าผู้นำจำเป็นต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดันอยู่ตลอดเวลา และพร้อมปรับเปลี่ยน โดยกำหนดเส้นทางขององค์กรให้มีความลงตัวทั้งในเรื่องการคิดเชิงกลยุทธ์ ความกล้าหาญ มั่นใจ และตระหนักเรื่องความเสี่ยง ซึ่งที่สวิส รี เราเชื่อในการลงทุนกับผู้นำของเราอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเห็นว่าคุณสมบัติเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลี่อนองค์กรให้เติบโตทั้งในเอเชียและทั่วโลก"
ดูข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลดรายงานได้ที่ลิงก์นี้
ระเบียบวิธีวิจัย
ผู้จัดทำรายงานได้สัมภาษณ์ผู้นำระดับภูมิภาคหรือระดับโลกรวม 75 คนจากบริษัท 50 แห่งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมิถุนายน 2565 บทสัมภาษณ์เหล่านี้นำข้อมูลจากผลการสัมภาษณ์ 119 รายการเมื่อปี 2560 มาต่อยอด ผู้ให้สัมภาษณ์นั้นมาจากหลายอุตสาหกรรม ซึ่ง 75% ดำรงตำแหน่งทางธุรกิจ และ 25% ดำรงตำแหน่งอาวุโสในแผนกทรัพยากรบุคคล และในจำนวนผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งหมดในรายงานฉบับนี้ 70% มีเชื้อสายเอเชีย และ 25% ขององค์กรในการสำรวจมีสำนักงานใหญ่ในเอเชีย
เกี่ยวกับศูนย์ส่งเสริมภาวะผู้นำอย่างสร้างสรรค์
ศูนย์ส่งเสริมภาวะผู้นำอย่างสร้างสรรค์ (Center for Creative Leadership(R) หรือ CCL) เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรชั้นนำระดับโลกเพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำ โดยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เราได้ทำงานร่วมกับองค์กรทั้งเล็กและใหญ่ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงบริษัทระดับฟอร์จูน 1000 (Fortune 1000) กว่าสองในสาม โซลูชันที่มีความล้ำหน้าของเราเป็นผลจากการศึกษาอย่างครอบคลุมและการทำงานกับผู้นำในทุกระดับกว่าหลายแสนคน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ccl.org
[1] ข้อมูลที่รวบรวมเมื่อปี 2560
ผลวิจัยใหม่พบบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกยังมีชาวเอเชียดำรงตำแหน่งผู้นำน้อยมาก
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- RATINFO ออฟไลน์
- โพสต์: 23506
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 03 ธ.ค. 2012 9:43 am
ผลวิจัยใหม่พบบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกยังมีชาวเอเชียดำรงตำแหน่งผู้นำน้อยมาก
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- กระทรวง อว. - พม. เปิดศูนย์บริการนวัตกรรมสำหรับคนพิการ วว./พันธมิตร ร่วมขับเคลื่อนโยบาย วทน. เพื่อสังคมไทยที่ไม่ทิ้งใคร (20 views)
- วิทยาลัยดุสิตธานี และ PTT-GC ร่วมหารือความร่วมมือด้านความยั่งยืน ขับเคลื่อนโครงการ “จากครัว... สู่เครื่อง” (26 views)
- RUN ระดมผู้เชี่ยวชาญชี้ทางออกประเทศในยามวิกฤต ชูบทบาทวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้าง “ประเทศไทยที่พร้อมรับวิกฤต” (30 views)
- ท๊อป จิรายุส มอง AI จะเข้ามาพลิกโฉมโลกการเงิน โชว์วิสัยทัศน์บนเวที Summer Davos 2026 (32 views)
- ครบรอบ 4 ปี สคส. ยกระดับ PDPA ไทยสู่ "โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล" วางเป้า "ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์" รับยุค AI (33 views)
- CEA เปิดตัว "Bangkok International Content Market 2026" ในงาน TCM2026 ตลาดซื้อขายคอนเทนต์ระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย (34 views)
- Persona5: The Phantom X เวอร์ชัน 4.4 เปิดตัวความร่วมมือระดับโลกกับ Hatsune Miku พร้อมฉลองครบรอบ 1 ปีอย่างยิ่งใหญ่ (32 views)
- สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงลงพระนาม บันทึกความร่วมมือร่วมกับ 6 สถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ (34 views)
