คอลเลคเชียส ขยายพอร์ตสินเชื่อในไทยเป็น 581 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเข้าซื้อเพิ่ม
Newsroom ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- RATINFO ออฟไลน์
- โพสต์: 23506
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 03 ธ.ค. 2012 9:43 am
คอลเลคเชียส ขยายพอร์ตสินเชื่อในไทยเป็น 581 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเข้าซื้อเพิ่ม
- คอลเลคเชียสซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ไม่มีหลักประกัน จำนวน 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัทสินเชื่อผู้บริโภคในประเทศไทย
- การเข้าซื้อครั้งนี้ทำให้คอลเลคเชียสมีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในประเทศไทยเพิ่มเป็น 581 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลให้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น
คอลเลคเชียส (Collectius) พันธมิตรชั้นนำด้านการปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินในเอเชีย ทำข้อตกลงเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ในประเทศไทยเพิ่มอีก 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.48 พันล้านบาท) ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล นับเป็นการเดินหน้าซื้อพอร์ตสินเชื่อที่แข็งแกร่งของคอลเลคเชียส ตั้งแต่บริษัทได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อปี 2559
จนถึงปัจจุบัน คอลเลคเชียสได้เข้าซื้อ NPL ในประเทศไทยเป็นมูลค่ารวมแล้วทั้งสิ้น 581 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และให้บริการลูกค้ามากกว่า 700,000 รายในประเทศ ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ 91% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ แต่สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้น และรัฐบาลกำลังตอบสนองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นด้วยแผนการปรับเพิ่มอัตราจ่ายขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิต จาก 5% เป็น 8% ในปี 2567 และกลับสู่เกณฑ์ปกติที่ 10% ในปี 2568 ขณะที่คอลเลคเทียสเตรียมให้การสนับสนุนลูกค้าชาวไทยมากขึ้นบนเส้นทางสู่อิสรภาพทางการเงิน ด้วยการคว้าพอร์ตสินเชื่อเพิ่มเติมในอีก 12 เดือนข้างหน้า
เคียน โฟห์ เทิน (Kian Foh Then) ซีอีโอกลุ่มบริษัทคอลเลคเชียส กล่าวถึงการทำข้อตกลงล่าสุดว่า "การเข้าซื้อสินเชื่อครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนระบบนิเวศทางการเงินของไทย และมอบอำนาจให้ลูกค้าอีก 47,000 รายได้ปลอดหนี้ แนวทางของเราซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรและความสามารถด้านดิจิทัล ทำให้มั่นใจได้ว่าเราจะสามารถให้บริการ NPL ได้อย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน"
ในฐานะบริษัทฟินเทคชั้นนำจากสิงคโปร์ที่บุกเบิกการซื้อหนี้เข้ามาบริหาร คอลเลคเชียสได้ร่วมมือกับ IFC ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ในปี 2563 เพื่อเปิดตัวแพลตฟอร์มการลงทุนมูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใต้โครงการฟื้นฟูสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Distressed Asset Recovery Program: DARP) โดยมุ่งเน้นไปที่การเข้าซื้อและแก้ไขหนี้เสียในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ด้วยความพยายามร่วมกันของผู้เข้าร่วมโครงการ DARP ธนาคารต่าง ๆ จึงสามารถปลดหนี้ NPL มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และช่วยเหลือครัวเรือนและ SME มากกว่า 18 ล้านรายในการปลดเปลื้องภาระหนี้สิน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ คอลเลคเชียสเพิ่งทำข้อตกลงเข้าซื้อ NPL มูลค่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับผู้บุกเบิกธนาคารดิจิทัลในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการขยายการดำเนินงานของบริษัทในระดับภูมิภาค โดยคอลเลคเชียส ในฐานะพันธมิตรนับตั้งแต่ก่อตั้ง ได้บริหารการติดตามหนี้ของธนาคารรายนี้แบบครบวงจร นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือ คอลเลคเชียสยังเตรียมเปิดตัวโครงการนำร่องที่จะช่วยให้ธนาคารพันธมิตรสามารถโอนลูกค้า NPL ในอนาคตเพื่อการแก้ปัญหาหนี้ได้อย่างราบรื่น
คอลเลคเชียสยังคงเดินหน้าส่งเสริมบทบาทการเป็นพันธมิตรรับซื้อ NPL ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ ทั้งนี้ ในปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เพิ่มขึ้นเป็น 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และให้บริการลูกค้ามากกว่า 6.3 ล้านรายทั่วสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย อินเดีย และเวียดนาม
เกี่ยวกับคอลเลคเชียส
คอลเลคเชียส (Collectius) ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 เป็นบริษัทฟินเทคชั้นนำของเอเชียที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการหนี้ โดยมีการดำเนินงานในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และอินเดีย พร้อมด้วยฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วมากกว่า 6 ล้านราย บริษัทบริหารพอร์ตสินเชื่อผู้บริโภคและ SME มูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งที่ซื้อโดยคอลเลคเชียส หรือที่ถือครองโดยหน่วยงานอิสระ
ในตลาดที่ผู้คนราว 100 ล้านคนได้รับผลกระทบจากแนวปฏิบัติในการจัดการหนี้เสีย คอลเลคเชียสถือเป็นผู้นำตลาด โดยบริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติสำหรับอุตสาหกรรมด้วยความร่วมมือกับบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) 'วิธีการติดตามหนี้แบบคอลเลคเชียส' (Collectius way of Collection) เป็นแนวทางการบริหารจัดการหนี้ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และสนับสนุนโดยแพลตฟอร์มการติดตามหนี้ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล แมชชีนเลิร์นนิงและการสื่อสารแบบ Digital-First คอลเลคเชียสมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของระบบการเงินในเอเชีย ด้วยการเปิดโอกาสให้ธนาคารและสถาบันการเงินปลดเปลื้องภาระสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อันจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของธนาคาร และช่วยให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ต่อไป
ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่ของคอลเลคเชียส ได้แก่ กุสตอฟ เอ. อีริคส์สัน (Gustav A. Eriksson) และอิวาร์ บีเยิร์กลุนด์ (Ivar Bjoerklund) ส่วนหุ้นที่เหลือถือโดยบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC), สเตนา เอบี (Stena AB) และฟอร์มิกา แคปิตอล (Formica Capital)
- การเข้าซื้อครั้งนี้ทำให้คอลเลคเชียสมีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในประเทศไทยเพิ่มเป็น 581 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลให้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น
คอลเลคเชียส (Collectius) พันธมิตรชั้นนำด้านการปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินในเอเชีย ทำข้อตกลงเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ในประเทศไทยเพิ่มอีก 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.48 พันล้านบาท) ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล นับเป็นการเดินหน้าซื้อพอร์ตสินเชื่อที่แข็งแกร่งของคอลเลคเชียส ตั้งแต่บริษัทได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อปี 2559
จนถึงปัจจุบัน คอลเลคเชียสได้เข้าซื้อ NPL ในประเทศไทยเป็นมูลค่ารวมแล้วทั้งสิ้น 581 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และให้บริการลูกค้ามากกว่า 700,000 รายในประเทศ ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ 91% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ แต่สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้น และรัฐบาลกำลังตอบสนองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นด้วยแผนการปรับเพิ่มอัตราจ่ายขั้นต่ำสำหรับบัตรเครดิต จาก 5% เป็น 8% ในปี 2567 และกลับสู่เกณฑ์ปกติที่ 10% ในปี 2568 ขณะที่คอลเลคเทียสเตรียมให้การสนับสนุนลูกค้าชาวไทยมากขึ้นบนเส้นทางสู่อิสรภาพทางการเงิน ด้วยการคว้าพอร์ตสินเชื่อเพิ่มเติมในอีก 12 เดือนข้างหน้า
เคียน โฟห์ เทิน (Kian Foh Then) ซีอีโอกลุ่มบริษัทคอลเลคเชียส กล่าวถึงการทำข้อตกลงล่าสุดว่า "การเข้าซื้อสินเชื่อครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนระบบนิเวศทางการเงินของไทย และมอบอำนาจให้ลูกค้าอีก 47,000 รายได้ปลอดหนี้ แนวทางของเราซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรและความสามารถด้านดิจิทัล ทำให้มั่นใจได้ว่าเราจะสามารถให้บริการ NPL ได้อย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน"
ในฐานะบริษัทฟินเทคชั้นนำจากสิงคโปร์ที่บุกเบิกการซื้อหนี้เข้ามาบริหาร คอลเลคเชียสได้ร่วมมือกับ IFC ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ในปี 2563 เพื่อเปิดตัวแพลตฟอร์มการลงทุนมูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใต้โครงการฟื้นฟูสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Distressed Asset Recovery Program: DARP) โดยมุ่งเน้นไปที่การเข้าซื้อและแก้ไขหนี้เสียในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ด้วยความพยายามร่วมกันของผู้เข้าร่วมโครงการ DARP ธนาคารต่าง ๆ จึงสามารถปลดหนี้ NPL มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และช่วยเหลือครัวเรือนและ SME มากกว่า 18 ล้านรายในการปลดเปลื้องภาระหนี้สิน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ คอลเลคเชียสเพิ่งทำข้อตกลงเข้าซื้อ NPL มูลค่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับผู้บุกเบิกธนาคารดิจิทัลในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการขยายการดำเนินงานของบริษัทในระดับภูมิภาค โดยคอลเลคเชียส ในฐานะพันธมิตรนับตั้งแต่ก่อตั้ง ได้บริหารการติดตามหนี้ของธนาคารรายนี้แบบครบวงจร นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือ คอลเลคเชียสยังเตรียมเปิดตัวโครงการนำร่องที่จะช่วยให้ธนาคารพันธมิตรสามารถโอนลูกค้า NPL ในอนาคตเพื่อการแก้ปัญหาหนี้ได้อย่างราบรื่น
คอลเลคเชียสยังคงเดินหน้าส่งเสริมบทบาทการเป็นพันธมิตรรับซื้อ NPL ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ ทั้งนี้ ในปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เพิ่มขึ้นเป็น 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และให้บริการลูกค้ามากกว่า 6.3 ล้านรายทั่วสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย อินเดีย และเวียดนาม
เกี่ยวกับคอลเลคเชียส
คอลเลคเชียส (Collectius) ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 เป็นบริษัทฟินเทคชั้นนำของเอเชียที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการหนี้ โดยมีการดำเนินงานในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และอินเดีย พร้อมด้วยฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วมากกว่า 6 ล้านราย บริษัทบริหารพอร์ตสินเชื่อผู้บริโภคและ SME มูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งที่ซื้อโดยคอลเลคเชียส หรือที่ถือครองโดยหน่วยงานอิสระ
ในตลาดที่ผู้คนราว 100 ล้านคนได้รับผลกระทบจากแนวปฏิบัติในการจัดการหนี้เสีย คอลเลคเชียสถือเป็นผู้นำตลาด โดยบริษัทได้กำหนดแนวปฏิบัติสำหรับอุตสาหกรรมด้วยความร่วมมือกับบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) 'วิธีการติดตามหนี้แบบคอลเลคเชียส' (Collectius way of Collection) เป็นแนวทางการบริหารจัดการหนี้ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และสนับสนุนโดยแพลตฟอร์มการติดตามหนี้ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล แมชชีนเลิร์นนิงและการสื่อสารแบบ Digital-First คอลเลคเชียสมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพของระบบการเงินในเอเชีย ด้วยการเปิดโอกาสให้ธนาคารและสถาบันการเงินปลดเปลื้องภาระสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อันจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของธนาคาร และช่วยให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ต่อไป
ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่ของคอลเลคเชียส ได้แก่ กุสตอฟ เอ. อีริคส์สัน (Gustav A. Eriksson) และอิวาร์ บีเยิร์กลุนด์ (Ivar Bjoerklund) ส่วนหุ้นที่เหลือถือโดยบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC), สเตนา เอบี (Stena AB) และฟอร์มิกา แคปิตอล (Formica Capital)
คอลเลคเชียส ขยายพอร์ตสินเชื่อในไทยเป็น 581 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเข้าซื้อเพิ่ม
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- ธันวา จาติกวณิช ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี “หมอนวดมือทอง” (4 views)
- ทำไมจึงไม่ควรนำลิงก์รูปภาพจากโพสต์ Facebook มาใช้แทรกในประกาศหรือข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์อื่น (58 views)
- วว. ร่วมเสวนาขับเคลื่อนงานวิจัยการตลาดกล้วยไม้/ไม้ดอกไม้ประดับ มุ่งยกระดับศักยภาพการแข่งขันสร้างความเชื่อมั่นสู่ตลาดสากล (17 views)
- วว. คว้ารางวัล Best Poster Presentation Award จากเวทีประชุมวิชาการนานาชาติ TIChE 2026 จากผลงานวิจัย “Optimization of Sug (20 views)
- บิทคับ กรุ๊ป จับมือ กรมกิจการผู้สูงอายุ และ CIB จัดงาน “Bitkub Elder Empowerment พลังใหม่ผู้สูงวัย” (20 views)
- วว. คว้ารางวัลความยั่งยืนภาคเกษตร “GovMedia Awards 2026” @ สิงคโปร์ ชูนวัตกรรมเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ (23 views)
- XTransfer เปิดสำนักงานใหม่ในมาเลเซีย (27 views)
- สคส. เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน ยกระดับเว็บไซต์ PDPC สู่บริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกคน (36 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot], GoogleOther และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
