ในวันที่สังคมไทยสู้กันด้วยอารมณ์ บทความนี้ขอชวนถอยออกมาหนึ่งก้าว
Newsroom ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- fh400 ออฟไลน์
- โพสต์: 777
- ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 03 ธ.ค. 2011 12:02 pm
ในวันที่สังคมไทยสู้กันด้วยอารมณ์ บทความนี้ขอชวนถอยออกมาหนึ่งก้าว
"ในวันที่สังคมไทยสู้กันด้วยอารมณ์ บทความนี้ขอชวนถอยออกมาหนึ่งก้าว เพราะทางรอดที่แท้จริง ไม่เคยมีอยู่ในสองขั้วที่กำลังปะทะกัน"

เมื่อ "รัฐ" ไม่ใช่แค่ผู้คุมกฎแต่คือ "หุ้นส่วน" ประกันสังคมไม่ใช่สวัสดิการที่รัฐหยิบยื่นให้ แต่เป็น Mutualism หรือการพึ่งพาอาศัยกัน Case Study ที่น่าสนใจคือ ประเทศเยอรมนีที่ใช้ระบบ "Self-Governance" โดยให้ตัวแทนลูกจ้างและนายจ้างบริหารจัดการกองทุนเองผ่าน Board ที่มีความเป็นอิสระสูงจากการเมือง ปัญหาของไทยคือ "ความเป็นรัฐ" ที่เข้มข้นเกินไป ทำให้คนรู้สึกว่าเงินของเขาถูกนำไปใช้โดยที่เขาไม่มีอำนาจตัดสินใจ การปฏิรูปที่แท้จริงต้องเริ่มจากการสร้าง Institutional Autonomy หรือการทำให้กองทุนประกันสังคมมีความเป็นอิสระจากการครอบงำทางการเมืองอย่างเด็ดขาด
บทเรียนจากสวีเดนหากวิเคราะห์ในมุมการเงิน ระบบ "Pay-as-you-go" คนรุ่นใหม่จ่ายให้คนรุ่นเก่าของไทยกำลังล้มเหลวเพราะโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปอย่างถาวร ประเทศสวีเดนเคยเผชิญวิกฤตระบบบำนาญมาแล้วเช่นกัน สวีเดนจึงเปลี่ยนมาใช้ระบบ NDC คือการสร้างบัญชีเสมือนจริงที่คำนวณตามเงินที่จ่ายจริงบวกกับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่จุดสำคัญคือมีระบบ "Automatic Balance Mechanism" ที่ปรับเปลี่ยนตามภาวะเศรษฐกิจและอายุขัยเฉลี่ยโดยอัตโนมัติ สังคมไทยต้องกล้าพูดเรื่อง "ความยั่งยืนทางการคลัง" อย่างตรงไปตรงมา การเพิ่มเพดานเงินสมทบหรือการขยายอายุเกษียณไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่คือความจำเป็นจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ต้องแลกมาด้วยความโปร่งใสในการบริหารกองทุน
เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้งด้วย "ความจริงใจ" ความขัดแย้งในไทยเกิดจากการที่แต่ละฝ่ายนิยาม "ความยุติธรรม" ต่างกัน ฝ่ายหนึ่งมองว่า "ฉันจ่ายเงินไป ฉันต้องได้สิทธิที่คุ้มค่า" (Individualism) ส่วนอีกฝ่ายนึงก็มองว่า "ต้องช่วยประคองคนตัวเล็กในสังคม" (Solidarity) ดังนั้นทำให้คนรู้สึกว่าการจ่ายประกันสังคมไม่ใช่การ "ถูกปล้น" แต่คือการ "ซื้อประกันความเสี่ยงร่วมกัน" (Social Insurance) โดยรัฐต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเงินทุกบาทถูกบริหารด้วยมืออาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ความหย่อนยานของระบบราชการ เรื่องนี้ไม่ใช่การเลือกข้างระหว่าง "ขั้วซ้าย" หรือ "ขั้วขวา" แต่คือการยกระดับไปสู่การบริหารจัดการที่ใช้หลักทางรัฐศาสตร์ (ความเป็นธรรม) + การเงิน (ความเป็นจริง) + มนุษยธรรม (ความเข้าอกเข้าใจ)
ไทยควรพิจารณาโมเดล "Flexible Retirement" และการมี "Personalized Dashboard" ที่โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนทุกคนเห็น "อนาคต" ของเงินตนเองในแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยลดแรงเสียดทานและสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา ความขัดแย้งจึงจะยุติลงได้ ไม่ใช่ด้วยการบังคับให้เห็นตรงกัน แต่ด้วยการสร้างระบบที่ทุกคนเห็นว่า "เป็นธรรมต่อส่วนรวม และคุ้มค่าต่อส่วนตน"
Nattakorn Leenukul
Four Hundred Co.,Ltd
E-mail : nattakorn@4h.co.th
Four Hundred Co.,Ltd
E-mail : nattakorn@4h.co.th
ในวันที่สังคมไทยสู้กันด้วยอารมณ์ บทความนี้ขอชวนถอยออกมาหนึ่งก้าว
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- New Loyalty Economy: เมื่อ “แต้ม” อย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับคนรุ่นใหม่ (379 views)
- KUB Foundation จัด KUB Global Bangkok 2026 ชูแนวคิด Road to Regional Financial Infrastructure (270 views)
- Leadership Skill Camp 2026 เดินหน้าสร้างผู้นำยุคใหม่ ปลุกศักยภาพนักเรียนผ่านกิจกรรมเข้มข้นที่ได้ลงมือทำจริง (273 views)
- CONNER Ratchathewi ตอกย้ำ Rare Asset to Keep ขายแล้วกว่า 90% (281 views)
- ทำไมจึงไม่ควรนำลิงก์รูปภาพจากโพสต์ Facebook มาใช้แทรกในประกาศหรือข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์อื่น (1,477 views)
- STA คว้ารางวัลจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2569 หนึ่งใน 13 บริษัททั่วประเทศ (373 views)
- วว. โชว์นวัตกรรม/เทคโนโลยีเพื่อคนพิการ ในงาน “Job and Market Fair 2026” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการมีงานทำอย่าง (346 views)
- ปลุกพลังยักษ์ใหญ่ EQ Training เนรมิตปรากฏการณ์ “STRANGER NO MORE STRONGER P1” หลอมรวมใจชาว ปตท. สู่ความเป็นหนึ่ง (284 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 192.178. และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
