กลุ่ม KTIS ผนึกความร่วมมือจุฬาฯ เดินหน้าพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหาร เซ็นเอ็มโอยูงานวิจัยและพัฒนาภาชนะปลอดสาร PFAS
Newsroom ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- anim ออฟไลน์
- โพสต์: 2
- ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 30 เม.ย. 2025 3:04 pm
กลุ่ม KTIS ผนึกความร่วมมือจุฬาฯ เดินหน้าพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหาร เซ็นเอ็มโอยูงานวิจัยและพัฒนาภาชนะปลอดสาร PFAS

กลุ่ม KTIS ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงกับสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารที่ปราศจากสาร PFAS เพื่อส่งต่อความปลอดภัยให้ผู้บริโภค โดยเริ่มต้นจากภายในมหาวิทยาลัย ก่อนขยายสู่ประชาชนทั่วไป มั่นใจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกลุ่ม KTIS ด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลิตภาชนะที่ปลอดภัยในราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ ชูจุดเด่นทั้งประสบการณ์ด้านนวัตกรรมวัสดุชีวภาพ (Bio-material) และฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ปราศจากสาร PFAS ที่กระจายผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก
บริษัท เคทิส วิจัยและพัฒนา จำกัด ในกลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน โดยนายอภิชาต นุชประยูร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SERI) โดยรองศาสตราจารย์ ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช ผู้อำนวยการ สถาบันฯ เพื่อร่วมกันพัฒนางานวิจัยและงานวิชาการด้านความยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่ปลอดภัยจากสาร PFAS (Per-and Polyfluoroalkyl Substances) ที่กำลังเป็นความท้าทายระดับโลกด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ การลงนามดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี และ ดร.ดารัตน์ ศิริวิริยะกุล วิภาตะกลัศ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม KTIS ร่วมแสดงความยินดี โดยมีศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.ปิติ จันทร์วรโชติ รองผู้อำนวยการ SERI และนายปัญญ์ ศิริวิริยะกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายไร่ กลุ่ม KTIS ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม
รองศาสตราจารย์ ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกลุ่ม KTIS ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารที่ปราศจากสาร PFAS (PFAS-Free) โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และสามารถนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบของสถาบันอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านความยั่งยืน (Sustainability Ecosystem) ที่เชื่อมโยงงานวิจัย นวัตกรรม และการนำไปใช้จริงในสังคม โดยโครงการนี้จะเริ่มนำร่องภายในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างต้นแบบของการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสาร PFAS ก่อนขยายผลไปสู่สังคมในวงกว้าง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในระยะยาว
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย ที่ขับเคลื่อนการลดการใช้สาร PFAS อย่างเป็นระบบ ผ่านโครงการพัฒนาพื้นที่และผลิตภัณฑ์ปลอดสาร PFAS (PFAS-Free Campus Initiative) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารและสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน 2569 และจะเริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการในโรงอาหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

นายอภิชาต นุชประยูร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท เคทิส วิจัยและพัฒนา จำกัด ในกลุ่ม KTIS กล่าวว่า กลุ่ม KTIS มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ปลอดสาร PFAS ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกลุ่ม KTIS ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลสู่ “Bio-based Industry” อย่างครบวงจร ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพควบคู่กับความยั่งยืน โดยคำนึงถึงความห่วงใยด้านสุขภาพของผู้บริโภคต่อสารเคมีตกค้าง ภายใต้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากลที่เข้มงวดขึ้น ด้วยความเชื่อมั่นว่าธุรกิจต้องเติบโตไปพร้อมความรับผิดชอบ
“ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการชั้นนำ จึงนับเป็นก้าวสำคัญ เพื่อยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์อาหารให้ปลอด PFAS อย่างมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว โดยในปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญและให้ความสนใจผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของราคาที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้น สิ่งที่กลุ่ม KTIS จะเดินหน้าพัฒนาต่อจากนี้และเป็นความคาดหวังในความสำเร็จของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ โดยเราตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นปราศจากสาร PFAS ที่กระจายผลิตภัณฑ์ของเราไปทั่วโลก ไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น” นายอภิชาต นุชประยูร กล่าว
ทั้งนี้ มั่นใจว่า ด้วยจุดแข็งทั้งโครงสร้างธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำ (อ้อย) จนถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ ประสบการณ์ด้านนวัตกรรมวัสดุชีวภาพ (Bio-material) ฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม และระบบควบคุมคุณภาพและการทดสอบที่เข้มงวด ทำให้กลุ่ม KTIS มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาวัสดุทดแทนที่ยังคงคุณสมบัติกันน้ำ กันไขมัน และเหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยไม่พึ่งพาสาร PFAS ซึ่งเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารที่ส่งต่อความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและความยั่งยืนของประเทศในอนาคต
กลุ่ม KTIS ผนึกความร่วมมือจุฬาฯ เดินหน้าพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหาร เซ็นเอ็มโอยูงานวิจัยและพัฒนาภาชนะปลอดสาร PFAS
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Press Release Submission ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ลงข่าวประชาสัมพันธ์ฟรี ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
- New Loyalty Economy: เมื่อ “แต้ม” อย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับคนรุ่นใหม่ (13 views)
- KUB Foundation จัด KUB Global Bangkok 2026 ชูแนวคิด Road to Regional Financial Infrastructure (25 views)
- Leadership Skill Camp 2026 เดินหน้าสร้างผู้นำยุคใหม่ ปลุกศักยภาพนักเรียนผ่านกิจกรรมเข้มข้นที่ได้ลงมือทำจริง (27 views)
- CONNER Ratchathewi ตอกย้ำ Rare Asset to Keep ขายแล้วกว่า 90% (33 views)
- ทำไมจึงไม่ควรนำลิงก์รูปภาพจากโพสต์ Facebook มาใช้แทรกในประกาศหรือข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์อื่น (1,229 views)
- STA คว้ารางวัลจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2569 หนึ่งใน 13 บริษัททั่วประเทศ (247 views)
- วว. โชว์นวัตกรรม/เทคโนโลยีเพื่อคนพิการ ในงาน “Job and Market Fair 2026” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการมีงานทำอย่าง (219 views)
- ปลุกพลังยักษ์ใหญ่ EQ Training เนรมิตปรากฏการณ์ “STRANGER NO MORE STRONGER P1” หลอมรวมใจชาว ปตท. สู่ความเป็นหนึ่ง (157 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot, GoogleBot 192.178. และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน
