
นิทรรศการของ RUN ในปีนี้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมจำนวน 23 ผลงาน จาก 8 มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของประเทศ โดยมุ่งสะท้อนให้เห็นว่าการวิจัยไม่ได้เป็นเพียงองค์ความรู้ในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถพัฒนาเป็นเครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ที่ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
รองศาสตราจารย์ ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) กล่าวว่า “ภัยพิบัติในปัจจุบันมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างมากขึ้น การสร้างสังคมที่พร้อมรับมือกับวิกฤตจึงต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของประชาชน นิทรรศการ RUN ในปีนี้จึงออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เห็นว่า งานวิจัยสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อป้องกัน ลดความเสี่ยง และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างไร”
ภายในบูธ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสนวัตกรรมที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ อาทิ ระบบเฝ้าระวังและคาดการณ์น้ำท่วม เทคโนโลยีการจัดการคุณภาพอากาศและฝุ่น PM2.5 ระบบติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสื่อสารในภาวะวิกฤต ตลอดจนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ เวทีเสวนาวิชาการในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “โอกาสและความท้าทายของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในวิกฤตการณ์” (Science and Technology: Opportunity and Challenge in Crisis) ซึ่งจะรวบรวมผู้บริหารและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสมาชิก RUN มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการรับมือกับวิกฤตสำคัญของประเทศ ทั้งด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 การบริหารจัดการน้ำท่วม และการจัดการมลพิษทางน้ำ ผู้เข้าร่วมจะได้รับองค์ความรู้ แนวคิด และข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาประเทศและการสร้างสังคมที่มีความพร้อมรับมือกับวิกฤตในอนาคต





