ไมโครชิพเผยรายละเอียดชิปในตระกูล PolarFire SoC FPGA ขุมพลัง RISC-V พร้อมให้ทดลองใช้ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
Technology News ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์
- RATINFO ออฟไลน์
- โพสต์: 23506
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 03 ธ.ค. 2012 9:43 am
ไมโครชิพเผยรายละเอียดชิปในตระกูล PolarFire SoC FPGA ขุมพลัง RISC-V พร้อมให้ทดลองใช้ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
- ชิป PolarFire SoC ซึ่งรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันหลายตัวพร้อมกันแบบเรียลไทม์ และระบบปฏิบัติการอันทรงพลังที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานอย่างเหนือชั้น เปิดช่วงทดลองการใช้งานแล้ววันนี้
ณ การประชุม RISC-V Summit -- กระแสความนิยมในเกตเวย์และอุปกรณ์เอดจ์ที่รองรับการประมวลผลขนาดใหญ่กำลังผลักดันให้เกิดการรวมขีดความสามารถด้านการประมวลผลแบบ embedded ซึ่งเป็นขีดความสามารถที่จำเป็นสำหรับระบบการเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่มีความปลอดภัยและเป็นอัจฉริยะ เข้ากับแอปพลิเคชันการควบคุมแบบดีเทอร์มินิสติก (deterministic) ดังนั้นเพื่อตอบรับกับกระแสดังกล่าว บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด (Nasdaq: MCHP) จึงเปิดตัว Early Access Program (EAP) เพื่อให้ทดลองใช้ชิป PolarFire(R) system-on-chip (SoC) field programmable gate array (FPGA) ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยแพลตฟอร์มนี้นำเสนอระบบไมโครโปรเซสเซอร์แบบ RISC-V ที่สามารถรองรับระบบปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่าง Linux(R) ได้แบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรกของโลก โดยเป็นระบบที่ทำงานอยู่บนชิปในตระกูล FPGA PolarFire ระดับกลางที่ได้รับรางวัลการันตีมาแล้ว ชูคุณสมบัติการใช้พลังงานต่ำ ประสิทธิภาพการระบายความร้อนเยี่ยม และมีระบบป้องกันที่มีความปลอดภัยในระดับที่ใช้ในการทหาร
ลูกค้า EAP ที่มีคุณสมบัติผ่านตามเกณฑ์ สามารถเริ่มออกแบบโดยใช้ชุดโปรแกรม Libero(R) SoC 12.3 FPGA และเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนา SoftConsole 6.2 ของไมโครชิพได้แล้ววันนี้ โดยลูกค้าสามารถแก้จุดบกพร่อง (debug) ในแอปพลิเคชันแบบ embedded ได้โดยใช้ Renode ซึ่งเป็นแบบจำลองของระบบไมโครโปรเซสเซอร์
Bruce Weyer รองประธานธุรกิจ Field Programmable Gate Array ของไมโครชิพ กล่าวว่า "ไมโครชิพได้พัฒนา RISC-V based SoC FPGA เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม พร้อมกับระบบนิเวศ Mi-V ของเรา โดยไมโครชิพและพันธมิตร Mi-V กำลังมุ่งพัฒนานวัตกรรมในระบบฝังตัว (embedded) ซึ่งช่วยให้นักออกแบบสามารถพัฒนาแอปพลิชันที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานอย่างเหนือชั้นได้ สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเพิ่มสมรรถนะที่ไม่เคยมีมาก่อนให้แก่เครือข่ายการสื่อสาร การทหาร การแพทย์ และระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ"
ชิป PolarFire SoC มีประสิทธิภาพพลังงานยอดเยี่ยม เนื่องจากใช้พลังงานต่ำกว่าอุปกรณ์ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้ประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ที่ลดลง เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีพัดลมและแผงระบายความร้อน ถือเป็นครั้งแรกที่ SoC FPGA มาพร้อมกับซีพียู RISC-V และระบบความจำย่อย L2 แบบดีเทอร์มินิสติก ซึ่งรองรับระบบ Linux และแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์
การรองรับระบบปฏิบัติการแบบเรียลไทม์อันทรงพลังอย่าง Linux เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ Mi-V RISC-V ที่กำลังขยายตัวของไมโครชิพ โดยระบบนิเวศนี้นำเสนอชุดเครื่องมือและทรัพยากรการออกแบบที่ครอบคลุม ซึ่งพัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างไมโครชิพและพันธมิตรหลายราย เพื่อให้รองรับ RISC-V ได้อย่างแท้จริง สำหรับพันธมิตรในระบบนิเวศที่พร้อมรองรับชิป PolarFire SoC ประกอบด้วย WindRiver, Mentor Graphics, WolfSSL, ExpressLogic, Veridify, Hex-Five และ FreeRTOS ตลอดจนเครื่องมือพัฒนาของ IAR Systems และ AdaCore
Michael Genard รองประธานฝ่ายการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Wind River กล่าวว่า "นักพัฒนาจำนวนมากมุ่งใช้งานเทคโนโลยีอย่าง AI ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาความท้าทายของการสร้างระบบแบบเรียลไทม์ที่สามารถทำนายพฤติกรรมได้ ซึ่งการที่ VxWorks(R) รองรับชิป PolarFire SoC จึงนับว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างยิ่ง ด้วยความคงที่และความปลอดภัยอย่างสูงของแอปพลิเคชัน PolarFire ตลอดจนความสามารถในการรองรับ RISC-V เราคาดว่า SoC FPGA ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของไมโครชิพ จะสร้างความสนใจในฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของเราได้เป็นอย่างมาก"
Scot Morrison ผู้จัดการทั่วไปธุรกิจ Embedded Platform Solutions บริษัท Mentor ในเครือ Siemens กล่าวว่า "การใช้พลังงานต่ำเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับฐานผู้ใช้งาน Nucleus RTOS กลุ่มใหญ่ ทำให้ชิป PolarFire SoC เป็นแพลตฟอร์มประมวลผลแบบฝังตัวที่ Mentor ต้องให้การสนับสนุน ด้วยการเชื่อม Nucleus เข้ากับ PolarFire SoC เราจะช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำ Nucleus ไปใช้งานในแอปพลิเคชันแบบดีเทอร์มินิสติก ซึ่งต้องการความสามารถในการเพิ่มขนาดและความเสถียร"
ชิป PolarFire SoC มาพร้อมกับความสามารถในการแก้ไขจุดบกพร่อง (debug) อย่างครอบคลุม ซึ่งรวมถึง instruction trace และ Advanced eXtensible Interface (AXI) bus monitors ที่กำหนดเวลาการทำงานได้ จาก UltraSoC ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Mi-V อีกทั้งยังประกอบไปด้วย 50 breakpoints, FPGA fabric monitors และ SmartDebug ซึ่งเป็นเครื่องวิเคราะห์สัญญาณลอจิกแบบบิลท์อินสองช่องทางของไมโครชิพ ขณะที่ในส่วนสถาปัตยกรรมของชิป PolarFire SoC นั้น ประกอบด้วยคุณสมบัติความเสถียรและความปลอดภัย เช่น การแก้ไขข้อผิดพลาดแบบเดี่ยวและการตรวจจับข้อผิดพลาดแบบคู่ (SEC-DED) ในทุกหน่วยความจำ, ระบบป้องกันหน่วยความจำทางกายภาพ, crypto core ที่รองรับ differential power analysis (DPA), ฟีเจอร์ secure boot ที่มีความปลอดภัยระดับที่ใช้ในการทหาร และ flash boot memory ขนาด 128 kb
การประชุม RISC-V Summit
พันธมิตร Mi-V ได้แก่ Wind River, Mentor Graphics, WolfSSL, HexFive, Veridify, Digital Core และ AdaCore จะสาธิตการใช้งานโซลูชั่นของแต่ละบริษัทที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม PolarFire SoC
การวางจำหน่าย
สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วม Early Access Program สามารถติดต่อไมโครชิพได้ทางอีเมล PolarFireSoC@microchip.com โดยคาดว่า MPFS250T จะเริ่มเปิดให้ทดลองใช้ได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 อย่างไรก็ดี ลูกค้าสามารถเริ่มออกแบบโดยใช้เครื่องมือการพัฒนาที่มีให้บริการได้แล้วตั้งแต่วันนี้ นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดเอกสารที่เผยแพร่ต่อสาธารณะและเอกสารเพิ่มเติมได้แล้วเช่นกัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ PolarFire SoC หรือติดต่อ sales.support@microsemi.com
แหล่งข้อมูลและภาพ
ดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ Flickr หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):
- ภาพการใช้งาน: www.flickr.com/photos/microchiptechnolo ... 6/sizes/l/
เกี่ยวกับ ไมโครชิพ เทคโนโลยี
บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด เป็นผู้นำด้านการจัดหาเซมิคอนดักเตอร์สำหรับโซลูชั่นควบคุมแบบฝังที่เป็นอัจฉริยะ เชื่อมต่อ และปลอดภัย เครื่องมือพัฒนาที่ใช้งานง่าย ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์งานออกแบบได้อย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยง ลดต้นทุนโดยรวมของทั้งระบบ และยังช่วยลดระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด โซลูชั่นของบริษัทให้บริการลูกค้ามากกว่า 120,000 รายในตลาดอุตสาหกรรม ยานยนต์ ผู้บริโภค อวกาศและการป้องกันประเทศ การสื่อสารและการประมวลผล สำนักงานใหญ่ของไมโครชิพตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศ พร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของไมโครชิพที่ www.microchip.com
หมายเหตุ : ชื่อและโลโก้ The Microchip โลโก้ Microchip, PolarFire และ Libero เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ เครื่องหมายการค้าอื่นๆ ทั้งหมดที่ระบุถึงในที่นี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20191127/2655428-1
คำบรรยายภาพ: ชิป PolarFire SoC จากไมโครชิพ
ณ การประชุม RISC-V Summit -- กระแสความนิยมในเกตเวย์และอุปกรณ์เอดจ์ที่รองรับการประมวลผลขนาดใหญ่กำลังผลักดันให้เกิดการรวมขีดความสามารถด้านการประมวลผลแบบ embedded ซึ่งเป็นขีดความสามารถที่จำเป็นสำหรับระบบการเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่มีความปลอดภัยและเป็นอัจฉริยะ เข้ากับแอปพลิเคชันการควบคุมแบบดีเทอร์มินิสติก (deterministic) ดังนั้นเพื่อตอบรับกับกระแสดังกล่าว บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด (Nasdaq: MCHP) จึงเปิดตัว Early Access Program (EAP) เพื่อให้ทดลองใช้ชิป PolarFire(R) system-on-chip (SoC) field programmable gate array (FPGA) ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยแพลตฟอร์มนี้นำเสนอระบบไมโครโปรเซสเซอร์แบบ RISC-V ที่สามารถรองรับระบบปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่าง Linux(R) ได้แบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรกของโลก โดยเป็นระบบที่ทำงานอยู่บนชิปในตระกูล FPGA PolarFire ระดับกลางที่ได้รับรางวัลการันตีมาแล้ว ชูคุณสมบัติการใช้พลังงานต่ำ ประสิทธิภาพการระบายความร้อนเยี่ยม และมีระบบป้องกันที่มีความปลอดภัยในระดับที่ใช้ในการทหาร
ลูกค้า EAP ที่มีคุณสมบัติผ่านตามเกณฑ์ สามารถเริ่มออกแบบโดยใช้ชุดโปรแกรม Libero(R) SoC 12.3 FPGA และเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนา SoftConsole 6.2 ของไมโครชิพได้แล้ววันนี้ โดยลูกค้าสามารถแก้จุดบกพร่อง (debug) ในแอปพลิเคชันแบบ embedded ได้โดยใช้ Renode ซึ่งเป็นแบบจำลองของระบบไมโครโปรเซสเซอร์
Bruce Weyer รองประธานธุรกิจ Field Programmable Gate Array ของไมโครชิพ กล่าวว่า "ไมโครชิพได้พัฒนา RISC-V based SoC FPGA เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม พร้อมกับระบบนิเวศ Mi-V ของเรา โดยไมโครชิพและพันธมิตร Mi-V กำลังมุ่งพัฒนานวัตกรรมในระบบฝังตัว (embedded) ซึ่งช่วยให้นักออกแบบสามารถพัฒนาแอปพลิชันที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานอย่างเหนือชั้นได้ สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถเพิ่มสมรรถนะที่ไม่เคยมีมาก่อนให้แก่เครือข่ายการสื่อสาร การทหาร การแพทย์ และระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ"
ชิป PolarFire SoC มีประสิทธิภาพพลังงานยอดเยี่ยม เนื่องจากใช้พลังงานต่ำกว่าอุปกรณ์ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้ประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ที่ลดลง เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีพัดลมและแผงระบายความร้อน ถือเป็นครั้งแรกที่ SoC FPGA มาพร้อมกับซีพียู RISC-V และระบบความจำย่อย L2 แบบดีเทอร์มินิสติก ซึ่งรองรับระบบ Linux และแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์
การรองรับระบบปฏิบัติการแบบเรียลไทม์อันทรงพลังอย่าง Linux เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ Mi-V RISC-V ที่กำลังขยายตัวของไมโครชิพ โดยระบบนิเวศนี้นำเสนอชุดเครื่องมือและทรัพยากรการออกแบบที่ครอบคลุม ซึ่งพัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างไมโครชิพและพันธมิตรหลายราย เพื่อให้รองรับ RISC-V ได้อย่างแท้จริง สำหรับพันธมิตรในระบบนิเวศที่พร้อมรองรับชิป PolarFire SoC ประกอบด้วย WindRiver, Mentor Graphics, WolfSSL, ExpressLogic, Veridify, Hex-Five และ FreeRTOS ตลอดจนเครื่องมือพัฒนาของ IAR Systems และ AdaCore
Michael Genard รองประธานฝ่ายการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Wind River กล่าวว่า "นักพัฒนาจำนวนมากมุ่งใช้งานเทคโนโลยีอย่าง AI ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาความท้าทายของการสร้างระบบแบบเรียลไทม์ที่สามารถทำนายพฤติกรรมได้ ซึ่งการที่ VxWorks(R) รองรับชิป PolarFire SoC จึงนับว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างยิ่ง ด้วยความคงที่และความปลอดภัยอย่างสูงของแอปพลิเคชัน PolarFire ตลอดจนความสามารถในการรองรับ RISC-V เราคาดว่า SoC FPGA ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของไมโครชิพ จะสร้างความสนใจในฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของเราได้เป็นอย่างมาก"
Scot Morrison ผู้จัดการทั่วไปธุรกิจ Embedded Platform Solutions บริษัท Mentor ในเครือ Siemens กล่าวว่า "การใช้พลังงานต่ำเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับฐานผู้ใช้งาน Nucleus RTOS กลุ่มใหญ่ ทำให้ชิป PolarFire SoC เป็นแพลตฟอร์มประมวลผลแบบฝังตัวที่ Mentor ต้องให้การสนับสนุน ด้วยการเชื่อม Nucleus เข้ากับ PolarFire SoC เราจะช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำ Nucleus ไปใช้งานในแอปพลิเคชันแบบดีเทอร์มินิสติก ซึ่งต้องการความสามารถในการเพิ่มขนาดและความเสถียร"
ชิป PolarFire SoC มาพร้อมกับความสามารถในการแก้ไขจุดบกพร่อง (debug) อย่างครอบคลุม ซึ่งรวมถึง instruction trace และ Advanced eXtensible Interface (AXI) bus monitors ที่กำหนดเวลาการทำงานได้ จาก UltraSoC ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Mi-V อีกทั้งยังประกอบไปด้วย 50 breakpoints, FPGA fabric monitors และ SmartDebug ซึ่งเป็นเครื่องวิเคราะห์สัญญาณลอจิกแบบบิลท์อินสองช่องทางของไมโครชิพ ขณะที่ในส่วนสถาปัตยกรรมของชิป PolarFire SoC นั้น ประกอบด้วยคุณสมบัติความเสถียรและความปลอดภัย เช่น การแก้ไขข้อผิดพลาดแบบเดี่ยวและการตรวจจับข้อผิดพลาดแบบคู่ (SEC-DED) ในทุกหน่วยความจำ, ระบบป้องกันหน่วยความจำทางกายภาพ, crypto core ที่รองรับ differential power analysis (DPA), ฟีเจอร์ secure boot ที่มีความปลอดภัยระดับที่ใช้ในการทหาร และ flash boot memory ขนาด 128 kb
การประชุม RISC-V Summit
พันธมิตร Mi-V ได้แก่ Wind River, Mentor Graphics, WolfSSL, HexFive, Veridify, Digital Core และ AdaCore จะสาธิตการใช้งานโซลูชั่นของแต่ละบริษัทที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม PolarFire SoC
การวางจำหน่าย
สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วม Early Access Program สามารถติดต่อไมโครชิพได้ทางอีเมล PolarFireSoC@microchip.com โดยคาดว่า MPFS250T จะเริ่มเปิดให้ทดลองใช้ได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 อย่างไรก็ดี ลูกค้าสามารถเริ่มออกแบบโดยใช้เครื่องมือการพัฒนาที่มีให้บริการได้แล้วตั้งแต่วันนี้ นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดเอกสารที่เผยแพร่ต่อสาธารณะและเอกสารเพิ่มเติมได้แล้วเช่นกัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ PolarFire SoC หรือติดต่อ sales.support@microsemi.com
แหล่งข้อมูลและภาพ
ดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่ Flickr หรือติดต่อกองบรรณาธิการ (สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก):
- ภาพการใช้งาน: www.flickr.com/photos/microchiptechnolo ... 6/sizes/l/
เกี่ยวกับ ไมโครชิพ เทคโนโลยี
บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด เป็นผู้นำด้านการจัดหาเซมิคอนดักเตอร์สำหรับโซลูชั่นควบคุมแบบฝังที่เป็นอัจฉริยะ เชื่อมต่อ และปลอดภัย เครื่องมือพัฒนาที่ใช้งานง่าย ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์งานออกแบบได้อย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยง ลดต้นทุนโดยรวมของทั้งระบบ และยังช่วยลดระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด โซลูชั่นของบริษัทให้บริการลูกค้ามากกว่า 120,000 รายในตลาดอุตสาหกรรม ยานยนต์ ผู้บริโภค อวกาศและการป้องกันประเทศ การสื่อสารและการประมวลผล สำนักงานใหญ่ของไมโครชิพตั้งอยู่ที่เมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา บริษัทนำเสนอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นเลิศ พร้อมกับการขนส่งและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของไมโครชิพที่ www.microchip.com
หมายเหตุ : ชื่อและโลโก้ The Microchip โลโก้ Microchip, PolarFire และ Libero เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี จำกัด ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ เครื่องหมายการค้าอื่นๆ ทั้งหมดที่ระบุถึงในที่นี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทที่เป็นเจ้าของ
รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20191127/2655428-1
คำบรรยายภาพ: ชิป PolarFire SoC จากไมโครชิพ
ไมโครชิพเผยรายละเอียดชิปในตระกูล PolarFire SoC FPGA ขุมพลัง RISC-V พร้อมให้ทดลองใช้ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์ AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application ฝากข่าวไอทีฟรี
ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์ AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application ฝากข่าวไอทีฟรี
- เปิดตู้โปรตีนยุคใหม่! NIA ชวนรู้จัก 3 อาหารนวัตกรรมสัญชาติไทย ทางเลือกใหม่ของสายเฮลธ์ตี้ ที่ไม่ได้มีแค่เนื้อ นม ไข่ (18,218 views)
- บีโอไอชู 4 ยุทธศาสตร์ยกระดับอิเล็กทรอนิกส์ไทย เผยลงทุน PCB-เซมิคอนดักเตอร์ทะยาน 1 ล้านล้านบาท (14,684 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame X870E VULCAN W OC (14,781 views)
- COLORFUL เปิดตัวแล็ปท็อป Rimbook L1 Plus (14,683 views)
- Kioxia เปิดตัว SSD ระดับองค์กร PCIe ® 6.0 รุ่นแรกที่ใช้หน่วยความจำแฟลช BiCS FLASH™ รุ่นที่ 10 ล่าสุด (14,734 views)
- วันนี้ - 31 ก.ค. นี้ บราเดอร์ ชวนสายปริ้นเติมความคุ้มกลางปี กับโปรโมชันพิเศษ Ink Tank DCP-T230 ครบจบ 3-in-1 เพียง 3,490 (11,279 views)
- เสรีไฟฟ้า..กี่โมง นักวิชาการแจง กฏระเบียบ ขนาดสายส่ง และ โครงสร้างค่าไฟคือ 3 เรื่องสำคัญ (11,226 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame B850I MINI OC V14 (11,501 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
