หัวเว่ย เปิดตัวโซลูชัน NoF+ จุดประกายนวัตกรรมการเงินดิจิทัล
Technology News ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์
- RATINFO ออฟไลน์
- โพสต์: 23506
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 03 ธ.ค. 2012 9:43 am
หัวเว่ย เปิดตัวโซลูชัน NoF+ จุดประกายนวัตกรรมการเงินดิจิทัล
ที่งาน Huawei Intelligent Finance Summit 2021 หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน NoF+ ช่วยให้เครือข่ายสตอเรจเชื่อมต่อผ่านอีเธอร์เน็ตโดยไม่มีการสูญเสียข้อมูล ด้วยการเร่งความเร็วในการจัดเก็บข้อมูลแบบ end-to-end โดยใช้ระบบสตอเรจแบบออลแฟลชอย่าง OceanStor Dorado และใช้ CloudEngine ซึ่งเป็นสวิตช์เครือข่ายสตอเรจสำหรับศูนย์ข้อมูล ช่วยปลดล็อกศักยภาพในการจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชได้อย่างเต็มที่ และกระตุ้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในวงการฟินเทค
อุตสาหกรรมการเงินถือเป็นผู้นำแถวหน้าด้านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และกำลังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ครอบคลุมทุกช่องทาง Finance Everywhere จึงกลายเป็นตัวเร่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของข้อมูล รวมถึงเร่งผลักดันให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานของข้อมูล ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชก็ได้กลายเป็นเทรนด์แรงจนหยุดไม่อยู่ โดยตั้งแต่ปี 2018 การจัดส่งอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบออลแฟลช (SSD) ทั่วโลกได้แซงหน้าดิสก์แบบดั้งเดิม (HDD) ไปมาก เนื่องจากอุปกรณ์แบบออลแฟลชเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลถึง 100 เท่า นอกจากนี้ เครือข่ายสตอเรจแบบ Fibre Channel (FC) ไม่สามารถตอบสนองการอ่าน/เขียนข้อมูลปริมาณมากได้พร้อมกันโดยใช้อินเทอร์เฟซ NVMe ทั้งแบนด์วิดท์และลาเทนซีกลายเป็นปัญหาคอขวดต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูล ด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลจึงเรียกร้องให้มีเครือข่ายที่เร็วขึ้นและคุณภาพสูงขึ้น
เนื่องจากเทคโนโลยีอีเธอร์เน็ตได้พัฒนาขึ้น รวมถึงอีเธอร์เน็ตแบบไม่สูญเสียข้อมูลซึ่งช่วยแก้ปัญหาประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลที่มีความผันผวนอันเนื่องมาจากการสูญเสียแพ็กเก็ต และที่สำคัญกว่านั้นคือ ประสิทธิภาพของอีเธอร์เน็ต 25/40/100G นั้นสูงกว่าของ 32G FC มาก ทำให้อีเธอร์เน็ตแบบไม่สูญเสียข้อมูลเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเครือข่ายสตอเรจในยุคออลแฟลช โดยผู้ให้บริการเครือข่ายและลูกค้ากำลังรุกผลักดันระบบนิเวศเครือข่าย NVMe over Fabrics (NoF) ที่ใช้อีเธอร์เน็ตแบบไม่สูญเสียไปสู่ระดับถัดไป
การเปิดตัวโซลูชัน NoF+ รุ่นใหม่ของหัวเว่ย สอดคล้องกับเทรนด์ all-flash และ all-IP ของระบบจัดเก็บข้อมูลในศูนย์ข้อมูล โดดเด่นด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ได้แก่ การเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ตโดยไม่สูญเสียข้อมูล การรับรู้ และการทำงานร่วมกัน โซลูชันนี้จึงเอาชนะความท้าทายในเรื่องการสูญเสียแพ็กเก็ตของอีเธอร์เน็ตแบบเดิม ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูง ความน่าเชื่อถือสูง และ O&M ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
อัลกอริทึมอัจฉริยะเพิ่ม IOPS สูงขึ้น 87%: การสูญเสียแพ็กเก็ตเกิดขึ้นบนเครือข่ายอีเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิม โดยการสูญเสียแพ็กเก็ต 0.1% จะลดพลังการประมวลผลของศูนย์ข้อมูลลง 50% อย่างไรก็ดี โซลูชัน NoF+ ของหัวเว่ยมีอัลกอริทึม iLossless ที่ทำให้การสูญเสียแพ็กเก็ตเป็นศูนย์ด้วยอัตราการส่งข้อมูล 100% ในเครือข่ายสตอเรจ ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับการเชื่อมต่อแบบ FC พบว่าอัลกอรีทึมอัจฉริยะนี้ช่วยให้ IOPS เพิ่มขึ้นถึง 87% และลาเทนซีลดลง 42% ในสถานการณ์การเชื่อมต่อภายในเมือง นอกจากนี้ โซลูชันนี้ใช้ลิงก์ 100GE สำหรับการส่งข้อมูลแบบไม่สูญเสียข้อมูลเป็นระยะทาง 70 กม. ซึ่งช่วยลดการเชื่อมต่อแบบ cross-DC ลง 90% เมื่อเทียบกับการเชื่อมต่อแบบ FC
การตรวจจับความผิดปกติเชิงรุกและทำเฟลโอเวอร์ภายในหนึ่งวินาที: เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแบบดั้งเดิมขาดกลไกการตรวจจับความผิดปกติและการแจ้งเตือนในเชิงรุก เมื่อเกิดข้อผิดพลาด การทำเฟลโอเวอร์เพื่อกลับมาเชื่อมต่อจะใช้เวลานาน ทำให้บริการจัดเก็บข้อมูลต้องหยุดชะงัก อย่างไรก็ดี โซลูชัน NoF+ มีความสามารถในการรับรู้อย่างชาญฉลาด ซึ่งหมายความว่าสวิตช์สามารถรายงานข้อผิดพลาดในเชิงรุกได้ภายในระดับมิลลิวินาที และ ทำงานร่วมกับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อทำการเฟลโอเวอร์ภายในหนึ่งวินาที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อบริการจัดเก็บข้อมูลเมื่อเกิดความล้มเหลวเพียงจุดในเครือข่าย
การขยายความจุในการจัดเก็บข้อมูลแบบแบบพลักแอนด์เพลย์ในคลิกเดียว: ในการจัดเก็บข้อมูลนั้น เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแบบเดิมจำเป็นต้องกำหนดค่าแบบแมนนวลทีละโหนด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย อย่างไรก็ดี โซลูชัน NoF+ ใช้การทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดระหว่างอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกับสวิตช์ และรองรับการขยายความจุของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพลักแอนด์เพลย์ในคลิกเดียว ทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงบริการด้วยการซิงโครไนซ์กับเครือข่ายทั้งหมดโดยอัตโนมัติหลังตั้งค่าไว้ที่จุดเดียว ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการส่งมอบบริการได้อย่างมาก
ปัจจุบันได้มีการร่วมกันคิดค้นโซลูชัน NoF+ และนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การเงิน ผู้ให้บริการขนส่ง และอื่นๆ โซลูชันนี้ใช้ประโยชน์จาก million-level IOPS ของการจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช และเป็นไปตามข้อกำหนดการพัฒนาอุตสาหกรรมการเงินในระดับเพตะไบต์ สำหรับในอนาคต หัวเว่ยจะยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติด้านเครือข่ายการจัดเก็บข้อมูลใหม่และปรับปรุงที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะทำให้หัวเว่ยก้าวขึ้นเป็นผู้นำการใช้นวัตกรรมในสถานการณ์ต่าง ๆ ของอุตสาหกรรม และทำให้หัวเว่ยเป็นจุดแรกในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลสำหรับองค์กรธุรกิจ

รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/1525447/NOF.jpg
คำบรรยายภาพ: Kevin Hu ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์การสื่อสารข้อมูลของหัวเว่ย และ Peter Zhou ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ไอทีของหัวเว่ย ร่วมกันเปิดตัวโซลูชัน NoF+
อุตสาหกรรมการเงินถือเป็นผู้นำแถวหน้าด้านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และกำลังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ครอบคลุมทุกช่องทาง Finance Everywhere จึงกลายเป็นตัวเร่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของข้อมูล รวมถึงเร่งผลักดันให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานของข้อมูล ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลชก็ได้กลายเป็นเทรนด์แรงจนหยุดไม่อยู่ โดยตั้งแต่ปี 2018 การจัดส่งอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบออลแฟลช (SSD) ทั่วโลกได้แซงหน้าดิสก์แบบดั้งเดิม (HDD) ไปมาก เนื่องจากอุปกรณ์แบบออลแฟลชเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลถึง 100 เท่า นอกจากนี้ เครือข่ายสตอเรจแบบ Fibre Channel (FC) ไม่สามารถตอบสนองการอ่าน/เขียนข้อมูลปริมาณมากได้พร้อมกันโดยใช้อินเทอร์เฟซ NVMe ทั้งแบนด์วิดท์และลาเทนซีกลายเป็นปัญหาคอขวดต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูล ด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลจึงเรียกร้องให้มีเครือข่ายที่เร็วขึ้นและคุณภาพสูงขึ้น
เนื่องจากเทคโนโลยีอีเธอร์เน็ตได้พัฒนาขึ้น รวมถึงอีเธอร์เน็ตแบบไม่สูญเสียข้อมูลซึ่งช่วยแก้ปัญหาประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูลที่มีความผันผวนอันเนื่องมาจากการสูญเสียแพ็กเก็ต และที่สำคัญกว่านั้นคือ ประสิทธิภาพของอีเธอร์เน็ต 25/40/100G นั้นสูงกว่าของ 32G FC มาก ทำให้อีเธอร์เน็ตแบบไม่สูญเสียข้อมูลเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเครือข่ายสตอเรจในยุคออลแฟลช โดยผู้ให้บริการเครือข่ายและลูกค้ากำลังรุกผลักดันระบบนิเวศเครือข่าย NVMe over Fabrics (NoF) ที่ใช้อีเธอร์เน็ตแบบไม่สูญเสียไปสู่ระดับถัดไป
การเปิดตัวโซลูชัน NoF+ รุ่นใหม่ของหัวเว่ย สอดคล้องกับเทรนด์ all-flash และ all-IP ของระบบจัดเก็บข้อมูลในศูนย์ข้อมูล โดดเด่นด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ได้แก่ การเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ตโดยไม่สูญเสียข้อมูล การรับรู้ และการทำงานร่วมกัน โซลูชันนี้จึงเอาชนะความท้าทายในเรื่องการสูญเสียแพ็กเก็ตของอีเธอร์เน็ตแบบเดิม ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูง ความน่าเชื่อถือสูง และ O&M ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
อัลกอริทึมอัจฉริยะเพิ่ม IOPS สูงขึ้น 87%: การสูญเสียแพ็กเก็ตเกิดขึ้นบนเครือข่ายอีเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิม โดยการสูญเสียแพ็กเก็ต 0.1% จะลดพลังการประมวลผลของศูนย์ข้อมูลลง 50% อย่างไรก็ดี โซลูชัน NoF+ ของหัวเว่ยมีอัลกอริทึม iLossless ที่ทำให้การสูญเสียแพ็กเก็ตเป็นศูนย์ด้วยอัตราการส่งข้อมูล 100% ในเครือข่ายสตอเรจ ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับการเชื่อมต่อแบบ FC พบว่าอัลกอรีทึมอัจฉริยะนี้ช่วยให้ IOPS เพิ่มขึ้นถึง 87% และลาเทนซีลดลง 42% ในสถานการณ์การเชื่อมต่อภายในเมือง นอกจากนี้ โซลูชันนี้ใช้ลิงก์ 100GE สำหรับการส่งข้อมูลแบบไม่สูญเสียข้อมูลเป็นระยะทาง 70 กม. ซึ่งช่วยลดการเชื่อมต่อแบบ cross-DC ลง 90% เมื่อเทียบกับการเชื่อมต่อแบบ FC
การตรวจจับความผิดปกติเชิงรุกและทำเฟลโอเวอร์ภายในหนึ่งวินาที: เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแบบดั้งเดิมขาดกลไกการตรวจจับความผิดปกติและการแจ้งเตือนในเชิงรุก เมื่อเกิดข้อผิดพลาด การทำเฟลโอเวอร์เพื่อกลับมาเชื่อมต่อจะใช้เวลานาน ทำให้บริการจัดเก็บข้อมูลต้องหยุดชะงัก อย่างไรก็ดี โซลูชัน NoF+ มีความสามารถในการรับรู้อย่างชาญฉลาด ซึ่งหมายความว่าสวิตช์สามารถรายงานข้อผิดพลาดในเชิงรุกได้ภายในระดับมิลลิวินาที และ ทำงานร่วมกับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อทำการเฟลโอเวอร์ภายในหนึ่งวินาที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อบริการจัดเก็บข้อมูลเมื่อเกิดความล้มเหลวเพียงจุดในเครือข่าย
การขยายความจุในการจัดเก็บข้อมูลแบบแบบพลักแอนด์เพลย์ในคลิกเดียว: ในการจัดเก็บข้อมูลนั้น เครือข่ายอีเธอร์เน็ตแบบเดิมจำเป็นต้องกำหนดค่าแบบแมนนวลทีละโหนด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย อย่างไรก็ดี โซลูชัน NoF+ ใช้การทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดระหว่างอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลกับสวิตช์ และรองรับการขยายความจุของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพลักแอนด์เพลย์ในคลิกเดียว ทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงบริการด้วยการซิงโครไนซ์กับเครือข่ายทั้งหมดโดยอัตโนมัติหลังตั้งค่าไว้ที่จุดเดียว ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการส่งมอบบริการได้อย่างมาก
ปัจจุบันได้มีการร่วมกันคิดค้นโซลูชัน NoF+ และนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การเงิน ผู้ให้บริการขนส่ง และอื่นๆ โซลูชันนี้ใช้ประโยชน์จาก million-level IOPS ของการจัดเก็บข้อมูลแบบออลแฟลช และเป็นไปตามข้อกำหนดการพัฒนาอุตสาหกรรมการเงินในระดับเพตะไบต์ สำหรับในอนาคต หัวเว่ยจะยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติด้านเครือข่ายการจัดเก็บข้อมูลใหม่และปรับปรุงที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะทำให้หัวเว่ยก้าวขึ้นเป็นผู้นำการใช้นวัตกรรมในสถานการณ์ต่าง ๆ ของอุตสาหกรรม และทำให้หัวเว่ยเป็นจุดแรกในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลสำหรับองค์กรธุรกิจ

รูปภาพ: https://mma.prnewswire.com/media/1525447/NOF.jpg
คำบรรยายภาพ: Kevin Hu ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์การสื่อสารข้อมูลของหัวเว่ย และ Peter Zhou ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ไอทีของหัวเว่ย ร่วมกันเปิดตัวโซลูชัน NoF+
หัวเว่ย เปิดตัวโซลูชัน NoF+ จุดประกายนวัตกรรมการเงินดิจิทัล
ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์ AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application ฝากข่าวไอทีฟรี
ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์ AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application ฝากข่าวไอทีฟรี
- เปิดตู้โปรตีนยุคใหม่! NIA ชวนรู้จัก 3 อาหารนวัตกรรมสัญชาติไทย ทางเลือกใหม่ของสายเฮลธ์ตี้ ที่ไม่ได้มีแค่เนื้อ นม ไข่ (14,674 views)
- บีโอไอชู 4 ยุทธศาสตร์ยกระดับอิเล็กทรอนิกส์ไทย เผยลงทุน PCB-เซมิคอนดักเตอร์ทะยาน 1 ล้านล้านบาท (12,348 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame X870E VULCAN W OC (12,406 views)
- COLORFUL เปิดตัวแล็ปท็อป Rimbook L1 Plus (12,383 views)
- Kioxia เปิดตัว SSD ระดับองค์กร PCIe ® 6.0 รุ่นแรกที่ใช้หน่วยความจำแฟลช BiCS FLASH™ รุ่นที่ 10 ล่าสุด (12,393 views)
- วันนี้ - 31 ก.ค. นี้ บราเดอร์ ชวนสายปริ้นเติมความคุ้มกลางปี กับโปรโมชันพิเศษ Ink Tank DCP-T230 ครบจบ 3-in-1 เพียง 3,490 (10,182 views)
- เสรีไฟฟ้า..กี่โมง นักวิชาการแจง กฏระเบียบ ขนาดสายส่ง และ โครงสร้างค่าไฟคือ 3 เรื่องสำคัญ (10,144 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame B850I MINI OC V14 (10,416 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
