
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2/2565 นายนำพล เปิดเผยว่า ในส่วนของรายได้จากการขาย บริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 3,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากการขายสินค้าทั้งตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั้งนี้ ด้านการส่งออกยังคงมีการขยายตัวที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ เมียนมาร์ กัมพูชาและลาว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวด 167 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุสำคัญ ได้แก่ ราคาต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ นอกเหนือจากราคาพลังงาน รวมถึงราคาวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ยังมีประเด็นท้าทายที่ธุรกิจต้องเผชิญในระยะอันใกล้ คือ เรื่องอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นซึ่งเป็นแรงกดดันฉุดให้ผู้บริโภคตัดสินใจชะลอแผนซื้อที่อยู่อาศัยแม้ว่าจะยังมีความต้องการซื้อประกอบกับความผันผวนของค่าเงินและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาพลังงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด เพื่อวางแผนการผลิตและบริหารพอร์ตสินค้าได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากเป็นทั้งผู้นำเข้าสินค้ากระเบื้องเซรามิคและเป็นผู้ผลิตส่งออกลำดับต้นของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ยังมีปัจจัยที่ส่งผลดีต่อตลาดวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ มาตรการเปิดประเทศซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวให้ทยอยฟื้นตัวได้ จึงทำให้บริษัท ฯ เชื่อมั่นว่าในครึ่งปีหลังนี้จะยังสามารถเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อน”
แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่จากการที่บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีการบริหารจัดการธุรกิจเชิงรุก ทำให้เชื่อมั่นว่าจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ ได้ ทั้งจากการบริหารจัดการต้นทุนและลดความเสี่ยงด้วยการวางแผนการผลิตควบคู่ไปกับการบริหารพอร์ตสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและกลุ่มลูกค้าหลัก การจัดการสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทน เพื่อการประหยัดและลดการใช้พลังงาน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเร่งดำเนินการตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายร่วมกับผู้แทนจำหน่าย ร้านค้าโมเดิร์นเทรด รวมถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มทุกพื้นที่ ทั้งยังขยายสาขาของธุรกิจร้านค้าปลีกกระเบื้องเซรามิก หรือ “คลังเซรามิค” ตลอดจนพัฒนาโมเดลความร่วมมือใหม่ ๆ กับผู้แทนจำหน่ายเพื่อเร่งขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายตามแผนงานประจำปี ควบคู่ไปกับการปรับราคาสินค้าเพื่อให้เป็นไปตามกลไกของตลาด โดยบริษัทฯ หลีกเลี่ยงการแข่งขันทางด้านราคาแต่จะมุ่งสร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด


ล่าสุด แบรนด์ COTTO สามารถคว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2022 ติดต่อกันเป็นปีที่ 11 ในฐานะ แบรนด์ที่สามารถครองความน่าเชื่อถืออันดับ 1 ในหมวดกระเบื้องเซรามิกปูพื้น บุผนัง จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค โดยนิตยสาร BrandAge เปรียบเสมือนคำมั่นสัญญาที่ทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สังคมและสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้เราตลอดมา” นายนำพล กล่าว
