วว. จับมือพันธมิตรจังหวัดสงขลา เดินหน้าโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน มุ่งลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Technology News ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์
- กองประชาสัมพันธ์ วว. ออฟไลน์
- โพสต์: 893
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 07 พ.ย. 2022 10:37 am
วว. จับมือพันธมิตรจังหวัดสงขลา เดินหน้าโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน มุ่งลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เดินหน้าโครงการ “การเสริมสร้างศักยภาพให้ชุมชนบริหารจัดการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน” ติดตั้งชุดผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนและผลิตน้ำประปาพร้อมดื่มแจกจ่ายให้กับจังหวัดสงขลา ในพื้นที่ชุมชน อบต.บ้านขาว หมู่ที่ 2 และ 3 ระบุขณะนี้ครัวเรือนสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ที่ 0.437 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี เผยอยู่ระหว่างการระดมความคิดเพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนน้ำดื่มหมู่บ้าน สำหรับเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีรูปแบบการจัดสรรกองทุนในการบริหารจัดการค่าดำเนินการ โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนสามารถซื้อน้ำดื่มได้ 20 ลิตร ในราคาเพียง 5 บาท ซึ่งถูกกว่าราคาจำหน่ายน้ำดื่มในท้องตลาด
ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวถึงการติดตั้งชุดผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน ในพื้นที่ อบต.บ้านขาว ว่า ได้กำหนดพื้นที่ในการติดตั้งจำนวน 7 แห่ง ซึ่งมีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 273 ครัวเรือน โดยขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จที่โรงเรียนชุมชนวัดบ้านขาว หมู่ 3 และบ้านพ่อผู้ใหญ่สุนทร หมู่ 2 จากการประเมินความเป็นไปได้ในทางเทคโนโลยีพบว่าคุณภาพน้ำประปาที่ผลิตได้ผ่านเกณฑ์การยอมรับของกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งการอุปโภคและบริโภค ส่วนการประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพจากโลหะหนักและจุลินทรีย์พบว่า ค่าสัดส่วนความเสี่ยงอันตราย (Hazard Index : HI ) มีค่า 0.014 ซึ่งมีค่าต่ำกว่า 1 แสดงว่า น้ำประปาที่ได้จากน้ำฝน ไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ สามารถนำมาใช้ได้ทั้งบริโภคและอุปโภค ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพจากโลหะหนักและเชื้อจุลินทรีย์ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
สำหรับความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน เป็นการศึกษาต้นทุนและผลประโยชน์ของโครงการ โดยทำการปรับมูลค่าด้วยอัตราเงินเฟ้อและตัวประกอบคิดลด (Discount Factor : DF) ซึ่งทำหน้าที่ในการเพิ่มและปรับลดมูลค่าต้นทุน และมูลค่าผลประโยชน์ในอนาคตให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน โดยใช้ตัวชี้วัด คือ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV) อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (Benefic-Cost ratio : BCR) อัตราตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return : IRR) และระยะเวลาคืนทุนของโครงการ (Payback Period) โดยนำมูลค่าของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ขายได้นำมาประเมินด้วย ซึ่งจากการประเมินพบว่า ค่า NPV และ BCR มีค่ามากกว่า 1 และ IRR มีค่ามากกว่า อัตราดอกเบี้ยหรืออัตราคิดลด แสดงว่า มีความคุ้มค่าในการลงทุนทางการเงิน และมีเกณฑ์การยอมรับข้อเสนอโครงการในการลงทุน ไม่ว่าจะขายคาร์บอนเครดิตหรือไม่
“...จากการประเมินการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนพบว่า ขณะนี้ในแต่ละครัวเรือนสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ที่ 0.437 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี คิดเป็นมูลค่าซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ที่ 11 บาทต่อปี หากคิดทั้งจังหวัดสงขลา ซึ่งมีจำนวนครัวเรือนอยู่ที่ 184,213 ครัวเรือน จะสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 74,834 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี คิดเป็นมูลค่าซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ที่ 1.87 ล้านบาทต่อปี โดยอัตราการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย ยังเป็นการซื้อขายแบบสมัครใจ ซึ่งทางสมาคม carbon market club ได้กำหนดราคาซื้อขายที่ 25 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์ จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่าการดำเนินการโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนด้วยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพท. ทำให้ วว. และจังหวัดสงขลาสามารถบรรลุเป้าหมาย ที่ต้องการให้ชุมชนมีน้ำที่สะอาดและมีคุณภาพใช้อย่างเพียงพอ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนด้วยเทคโนโลยีที่รองรับสังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม...” ผู้ว่าการ วว. กล่าว
นางพัทธนันท์ นาถพินิจ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ วว. ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากทีมวิจัย วว. ได้นำเสนอโครงการให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา (นายอำพล พงศ์สุวรรณ) และนายอำเภอระโนด (นายไพโรจน์ ศรีละมุล) และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว (นายวรรณรพ ส่องสว่าง) เมื่อเดือนกันยายนและสิงหาคม 2565 วว. และเครือข่ายพันธมิตร ได้เดินหน้าโครงการติดตั้งชุดผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล พิสูจน์ความเป็นไปได้ในการนำน้ำฝนมาผลิตเป็นน้ำประปาพร้อมดื่ม โดยพบว่าไม่มีความเสี่ยงทางสุขภาพกับชุมชน และสามารถลดโลกร้อนได้ โดยสามารถลดการใช้ขวดพลาสติกน้ำดื่ม และลดการใช้ไฟฟ้า สารเคมีจากการผลิตน้ำประปา ซึ่งทำให้โครงการสามารถกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ในส่วนของการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในด้านน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค รวมทั้งการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการของจังหวัดในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ วว. ติดต่อได้ที่ เลขที่ 35 หมู่ 3 เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โทร. 0 2577 9254 (นางพัทธนันท์ นาถพินิจ)
ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวถึงการติดตั้งชุดผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน ในพื้นที่ อบต.บ้านขาว ว่า ได้กำหนดพื้นที่ในการติดตั้งจำนวน 7 แห่ง ซึ่งมีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 273 ครัวเรือน โดยขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จที่โรงเรียนชุมชนวัดบ้านขาว หมู่ 3 และบ้านพ่อผู้ใหญ่สุนทร หมู่ 2 จากการประเมินความเป็นไปได้ในทางเทคโนโลยีพบว่าคุณภาพน้ำประปาที่ผลิตได้ผ่านเกณฑ์การยอมรับของกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งการอุปโภคและบริโภค ส่วนการประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพจากโลหะหนักและจุลินทรีย์พบว่า ค่าสัดส่วนความเสี่ยงอันตราย (Hazard Index : HI ) มีค่า 0.014 ซึ่งมีค่าต่ำกว่า 1 แสดงว่า น้ำประปาที่ได้จากน้ำฝน ไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ สามารถนำมาใช้ได้ทั้งบริโภคและอุปโภค ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพจากโลหะหนักและเชื้อจุลินทรีย์ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
สำหรับความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน เป็นการศึกษาต้นทุนและผลประโยชน์ของโครงการ โดยทำการปรับมูลค่าด้วยอัตราเงินเฟ้อและตัวประกอบคิดลด (Discount Factor : DF) ซึ่งทำหน้าที่ในการเพิ่มและปรับลดมูลค่าต้นทุน และมูลค่าผลประโยชน์ในอนาคตให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน โดยใช้ตัวชี้วัด คือ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV) อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (Benefic-Cost ratio : BCR) อัตราตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return : IRR) และระยะเวลาคืนทุนของโครงการ (Payback Period) โดยนำมูลค่าของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ขายได้นำมาประเมินด้วย ซึ่งจากการประเมินพบว่า ค่า NPV และ BCR มีค่ามากกว่า 1 และ IRR มีค่ามากกว่า อัตราดอกเบี้ยหรืออัตราคิดลด แสดงว่า มีความคุ้มค่าในการลงทุนทางการเงิน และมีเกณฑ์การยอมรับข้อเสนอโครงการในการลงทุน ไม่ว่าจะขายคาร์บอนเครดิตหรือไม่
“...จากการประเมินการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนพบว่า ขณะนี้ในแต่ละครัวเรือนสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ที่ 0.437 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี คิดเป็นมูลค่าซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ที่ 11 บาทต่อปี หากคิดทั้งจังหวัดสงขลา ซึ่งมีจำนวนครัวเรือนอยู่ที่ 184,213 ครัวเรือน จะสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 74,834 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี คิดเป็นมูลค่าซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ที่ 1.87 ล้านบาทต่อปี โดยอัตราการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย ยังเป็นการซื้อขายแบบสมัครใจ ซึ่งทางสมาคม carbon market club ได้กำหนดราคาซื้อขายที่ 25 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์ จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่าการดำเนินการโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝนด้วยการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพท. ทำให้ วว. และจังหวัดสงขลาสามารถบรรลุเป้าหมาย ที่ต้องการให้ชุมชนมีน้ำที่สะอาดและมีคุณภาพใช้อย่างเพียงพอ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนด้วยเทคโนโลยีที่รองรับสังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม...” ผู้ว่าการ วว. กล่าว
นางพัทธนันท์ นาถพินิจ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ วว. ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากทีมวิจัย วว. ได้นำเสนอโครงการให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา (นายอำพล พงศ์สุวรรณ) และนายอำเภอระโนด (นายไพโรจน์ ศรีละมุล) และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว (นายวรรณรพ ส่องสว่าง) เมื่อเดือนกันยายนและสิงหาคม 2565 วว. และเครือข่ายพันธมิตร ได้เดินหน้าโครงการติดตั้งชุดผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล พิสูจน์ความเป็นไปได้ในการนำน้ำฝนมาผลิตเป็นน้ำประปาพร้อมดื่ม โดยพบว่าไม่มีความเสี่ยงทางสุขภาพกับชุมชน และสามารถลดโลกร้อนได้ โดยสามารถลดการใช้ขวดพลาสติกน้ำดื่ม และลดการใช้ไฟฟ้า สารเคมีจากการผลิตน้ำประปา ซึ่งทำให้โครงการสามารถกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ในส่วนของการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในด้านน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค รวมทั้งการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการของจังหวัดในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ วว. ติดต่อได้ที่ เลขที่ 35 หมู่ 3 เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โทร. 0 2577 9254 (นางพัทธนันท์ นาถพินิจ)
เผยแพร่โดย กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร วว.
www.tistr.or.th
☎ 0 2577 9048
✉ pr@tistr.or.th
🟩 Line@tistr
🟧 IG : tistr_ig
🟥YouTube : tistr2506
🟪 TIKTOK : @tistr2506
www.tistr.or.th
☎ 0 2577 9048
✉ pr@tistr.or.th
🟩 Line@tistr
🟧 IG : tistr_ig
🟥YouTube : tistr2506
🟪 TIKTOK : @tistr2506
วว. จับมือพันธมิตรจังหวัดสงขลา เดินหน้าโครงการผลิตน้ำประปาจากน้ำฝน มุ่งลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์ AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application ฝากข่าวไอทีฟรี
ข่าวเทคโนโลยี ไอที วิทยาศาสตร์ AI Android iOS HarmonyOS Windows Linux Internet Smart Phone Computer Application ฝากข่าวไอทีฟรี
- เปิดตู้โปรตีนยุคใหม่! NIA ชวนรู้จัก 3 อาหารนวัตกรรมสัญชาติไทย ทางเลือกใหม่ของสายเฮลธ์ตี้ ที่ไม่ได้มีแค่เนื้อ นม ไข่ (2,711 views)
- บีโอไอชู 4 ยุทธศาสตร์ยกระดับอิเล็กทรอนิกส์ไทย เผยลงทุน PCB-เซมิคอนดักเตอร์ทะยาน 1 ล้านล้านบาท (2,067 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame X870E VULCAN W OC (2,145 views)
- COLORFUL เปิดตัวแล็ปท็อป Rimbook L1 Plus (2,122 views)
- Kioxia เปิดตัว SSD ระดับองค์กร PCIe ® 6.0 รุ่นแรกที่ใช้หน่วยความจำแฟลช BiCS FLASH™ รุ่นที่ 10 ล่าสุด (2,112 views)
- วันนี้ - 31 ก.ค. นี้ บราเดอร์ ชวนสายปริ้นเติมความคุ้มกลางปี กับโปรโมชันพิเศษ Ink Tank DCP-T230 ครบจบ 3-in-1 เพียง 3,490 (1,543 views)
- เสรีไฟฟ้า..กี่โมง นักวิชาการแจง กฏระเบียบ ขนาดสายส่ง และ โครงสร้างค่าไฟคือ 3 เรื่องสำคัญ (1,520 views)
- COLORFUL เปิดตัวเมนบอร์ด iGame B850I MINI OC V14 (1,792 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
