โฮมโปร ตัวจริงที่ทำ Circular Economy ครบวงจร
ยกระดับสู่ "มาตรฐานใหม่การใช้ชีวิต" ที่กำลัง 'เปลี่ยน' พฤติกรรมคนไทยสู่การใช้ชีวิตยั่งยืน ผนึก เอสซีจี และพันธมิตรแบรนด์กว่า 300 แบรนด์ จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 25,621 ตัน พร้อมส่งมอบสินค้ารักษ์โลกกว่า 8.5 ล้านชิ้นสู่ผู้บริโภค ตอกย้ำเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดขึ้นจริง
ยกระดับสู่ "มาตรฐานใหม่การใช้ชีวิต" ที่กำลัง 'เปลี่ยน' พฤติกรรมคนไทยสู่การใช้ชีวิตยั่งยืน ผนึก เอสซีจี และพันธมิตรแบรนด์กว่า 300 แบรนด์ จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 25,621 ตัน พร้อมส่งมอบสินค้ารักษ์โลกกว่า 8.5 ล้านชิ้นสู่ผู้บริโภค ตอกย้ำเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดขึ้นจริง

"โฮมโปร" ในฐานะผู้นำธุรกิจ Home Solution & Living Experience ของไทย เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แบบครบวงจรต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ร่วมกับ เอสซีจี และพันธมิตรแบรนด์ 324 แบรนด์ เพื่อบริหารจัดการวงจรชีวิตสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ผ่านโมเดลธุรกิจที่ผสานสินค้า บริการ และระบบการจัดการของเก่าอย่างถูกวิธีที่ได้ตามมาตรฐานสากล ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค มุ่งยกระดับสู่ 'มาตรฐานใหม่การใช้ชีวิต' ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ากลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และเข้าถึงได้จริงสำหรับผู้บริโภค

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา (ม.ค. 2566 - เม.ย. 2569) โฮมโปรสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยสามารถนำสินค้าและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากบ้านลูกค้าของโฮมโปรและเมกาโฮม นำกลับเข้าสู่ระบบการจัดการอย่างถูกวิธี ได้มากกว่า 590,869 ชิ้น คิดเป็นน้ำหนักรวมกว่า 25,621 ตัน พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้าในกลุ่มสินค้ารักษ์โลก (Circular Products) ได้มากกว่า 532 SKUs และส่งมอบสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ผู้บริโภคแล้วกว่า 8.5 ล้านชิ้น คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เทียบเท่ากับ 35 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 2.3 ล้านต้น สะท้อนความสำเร็จของการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน ร่วมกับเอสซีจี และเครือข่ายพันธมิตรแบรนด์ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ในการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนและพัฒนาสินค้ารักษ์โลกไปสู่ผู้บริโภค

"Retail ยุคใหม่ ไม่ได้จบแค่วันที่ขายสินค้า แต่โฮมโปรเลือกที่จะเป็นแบรนด์ที่รับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตสินค้า ตั้งแต่วันที่ลูกค้าซื้อ ไปจนถึงวันที่สินค้าชิ้นนั้นจะได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ทั้งนำไปต่อยอดเป็นวัสดุหมุนเวียนได้ไม่รู้จบ"

โฮมโปรขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่าน 4 กลไกหลัก ที่ทำงานเชื่อมโยงกันตลอดวงจรชีวิตสินค้า เริ่มจาก "การยืดอายุการใช้งานสินค้า" ผ่านบริการจาก "ช่างโฮมโปร" (CHANG HomePro) ที่มุ่งเน้นซ่อมแซมและบำรุงรักษาก่อนการเปลี่ยนใหม่ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยยืดอายุสินค้าให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 97,006 ชิ้น ลดการเกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้นทาง ทดแทนการซื้อสินค้าใหม่
กลไกที่สองคือ "การรับคืนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว" ผ่านโครงการ แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-In) ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำสินค้าเก่ามาแลกรับส่วนลดเพื่อซื้อสินค้าใหม่ โดยปัจจุบันมีพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำเข้าร่วมโครงการแล้ว 324 แบรนด์ ครอบคลุมสินค้ากว่า 11,110 รายการ และสามารถรับสินค้าเก่ากลับจากบ้านลูกค้าได้แล้วกว่า 590,869 ชิ้น

ส่วนกลไกที่สี่คือ "การสร้างมูลค่าใหม่จากวัสดุหมุนเวียน" ในรูปแบบของสินค้ารักษ์โลก (Circular Products) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 30 ราย เพื่อนำพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงและวัสดุที่ผ่านการจัดการแล้วกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต พัฒนาเป็นสินค้ารักษ์โลกถึง 532 SKUs และส่งมอบสู่มือผู้บริโภคแล้วกว่า 8.5 ล้านชิ้น

ด้าน นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า "การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ผู้ผลิตวัสดุ ผู้ค้าปลีก ไปจนถึงผู้บริโภค ความร่วมมือระหว่างเอสซีจีกับโฮมโปรเป็นการร่วมสร้าง Circular Ecosystem ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การออกแบบวัสดุ การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งาน ภายใต้แนวคิด Inclusive Green Growth เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน"
หัวใจสำคัญของความสำเร็จตลอด 3 ปี คือความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างเครือเอสซีจีผู้นำความยั่งยืนระดับโลก ที่ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับ ESG ในการผลักดัน Circular Economy สู่ชีวิตประจำวัน ผ่านการขับเคลื่อนของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก:

- SCGP (เอสซีจี แพคเกจจิ้ง): บริหารจัดการขยะกระดาษจากโฮมโปรทุกสาขาผ่านเครื่องอัดเศษกระดาษ ณ ศูนย์กระจายสินค้า หมุนเวียนกลับสู่โรงงานรีไซเคิลแล้วกว่า 6,000 ตัน ลดก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 34 ล้าน kgCO2e
- SCGD (เอสซีจี เดคคอร์): สร้างระบบหมุนเวียนวัสดุ (Material Circularity) นำสุขภัณฑ์เก่ามาเป็นวัตถุดิบผลิตกระเบื้องเซรามิกใหม่ ช่วยลดขยะและลดก๊าซเรือนกระจกสะสมตลอด 3 ปีได้รวม 70,949 kgCO2e (เทียบเท่าปลูกต้นไม้ 4,730 ต้น)
แนวทางดำเนินธุรกิจโฮมโปรสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็น "วาระแห่งชาติ" ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน โฮมโปรเดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตรทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิต เพื่อพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานให้สอดรับกับเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบสินค้า เลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการจัดการอย่างถูกวิธี
ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนสะท้อนบทบาทโฮมโปรในฐานะต้นแบบองค์กรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เกิดขึ้นได้จริงทั้งในเชิงพาณิชย์ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคควบคู่กัน

